
ไทย-จีนเล็งฟื้นคณะกรรมการร่วมด้านศก.
หม่อมอุ๋ย ถกทูตจีนเล็งปัดฝุ่นฟื้นคณะกรรมการร่วมด้านเศรษฐกิจ เดินหน้าขยายการค้า-ลงทุน ยันเร่งเดินหน้าภาษีมรดก
หม่อมอุ๋ย ถกทูตจีนเล็งปัดฝุ่นฟื้นคณะกรรมการร่วมด้านเศรษฐกิจ เดินหน้าขยายการค้า-ลงทุน ยันเร่งเดินหน้าภาษีมรดก
เวลา 09.00 น. นายหนิง ฟู่ขุย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เข้าแสดงความยินดี ในโอกาสที่ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ เข้ารับตำแหน่งใหม่
โดยภายหลังการหารือ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า จีนมีความต้องการที่จะร่วมการค้า และลงทุนกับไทยเพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงมีแนวคิดที่จะรื้อฟื้นการประชุมคณะกรรมการร่วมการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ ไทย จีน ขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากหยุดชะงักการประชุมไปกว่า 10 ปี ซึ่งการประชุมดังกล่าวจะเริ่มที่กรุงปักกิ่ง ก่อน จากนั้นไทยก็จะเป็นเจ้าภาพสลับกัน ทั้งนี้ในส่วนของไทยก็จะมีการศึกษา และเตรียมพร้อมในเรื่องที่จีนจะ มาลงทุนเพิ่มในประเทศไทย ทั้งเรื่องการเกษตร และอื่นๆ ส่วนยอดส่งออกของไทย และจีน นั้น เติบโตอย่างต่อเนื่องเพิ่มขึ้น จากเมื่อ 15 ปี ที่แล้วอยู่ที่ร้อยละ 2 ขณะนี้ส่งออกอยู่ร้อยละ 12 ของยอดส่งออกทั้งหมด ซึ่งถือว่าจีนเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทย พร้อมกับเชื่อว่า หากเศรษฐกิจจีนโต เศรษฐกิจในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ก็จะเติบโตตาม ที่สำคัญจีนยังให้ความเป็นมิตรประเทศกับประเทศไทย ตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาควบคุมอำนาจ
รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ ยังระบุว่า จีนให้ความสนใจนำเข้าข้าว ยางพารา และกล้วยไม้ไทย ส่วนความร่วมมือด้านรถไฟความเร็วสูง ยังไม่ได้มีการหารือกัน
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ยังกล่าวว่า เตรียมที่จะเสนอร่าง พ.ร.บ.ภาษีมรดก เข้าสู่ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยเร็วที่สุด สำหรับพ.ร.บ.ภาษีที่ดิน ขณะนี้ยังมีรายละเอียดที่จะต้องศึกษา หารืออีกมาก ขณะเดียวกันยังมีภาษีอีกหลายตัวที่รัฐบาลจะต้องจัดเก็บ เช่น ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน โดยจะดูให้เกิดความเป็นธรรม และหากมีการจัดเก็บก็จะต้องทำให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด
"เท่าที่คุยกับหลายฝ่าย นักธุรกิจ เจ้าสัว ทุกคน ก็โอเค และเข้าใจ พร้อมที่จ่ายภาษีมรดก ร้อยละ 10 เพราะต่างประเทศเกือบทุกประเทศก็เก็บภาษีมรดกกัน บางประเทศเก็บร้อยละ 50 บางประเทศก็ร้อยละ 33" รองนายกฯ กล่าว
สำหรับการใช้หนี้เงินกู้ในโครงการรับจำนำข้าว กว่า 7.5 แสนล้านบาท รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า กำลังศึกษาหาแนวทางการใช้หนี้อยู่ โดยต้องไม่กระทบต่องบประมาณปกติ







