
แอมเวย์ทุ่มจ่ายหนัก
แอมเวย์อัดฉีดงบ 6,000 ล้านเพิ่มผลตอบแทน ส่ง 3 โปรแกรมเร่งนักธุรกิจทำยอด
แอมเวย์อัดฉีดงบผลตอบแทน 6,000 ล้านบาท สูงสุดรอบ 27 ปี เร่งนักธุรกิจปั๊มยอด
นายกิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ ผู้ดำเนินธุรกิจขายตรงแอมเวย์ เปิดเผยว่า ได้ปรับกลยุทธ์ระบบผลตอบแทนครั้งใหญ่เพื่อให้สอดรับกับภาวะเศรษฐกิจ โดยทุ่มงบ กว่า 6,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 10% เพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักธุรกิจแอมเวย์เร่งทำยอดขาย และเพิ่มจำนวนนักธุรกิจ มากขึ้น
ทั้งนี้ พบว่าสมาชิกรวมกว่า 1 ล้านรหัส ไม่มีอัตราการซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น โดยอยู่ที่ราว 400 บาท/ครั้ง ส่วนการเติบโตของธุรกิจมาจากการขยายฐานลูกค้าใหม่ สำหรับระบบผลตอบแทนใหม่ของแอมเวย์เริ่มต้นเดือน ก.ย. 2557-ส.ค. 2558 มี 3 โปรแกรม คือ 1.โปรแกรมจ่ายผลตอบแทนแบบมาตรฐานที่สูงขึ้น โดยนักธุรกิจจะได้รับผลตอบแทนเริ่ม ตั้งแต่ 6-21% จากเดิมเริ่มต้น 3% 2.โปรแกรมสร้างรายได้เสริมพิเศษ จากเดิมให้เฉพาะนักธุรกิจระดับสูง แต่ครั้งนี้จะให้นักธุรกิจระดับกลางด้วย
"แอมเวย์ได้จัดทำโปรแกรมมอบผลตอบแทนพิเศษ หรือรางวัลซูเปอร์คิวเลก ให้กับนักธุรกิจเมื่อดำรงคุณสมบัติใหม่ในระดับสายงานและสร้างยอดขายในระยะเวลา 6 เดือน โดยมอบเงิน 5 แสนบาท เป็นโปรโมชั่นจ่ายผลตอบแทนที่สูงมากในรอบ 27 ปี ซึ่งจะใช้อย่างจริงจังในปีแรก หากสำเร็จจะพิจารณานำมาใช้ ต่อเนื่อง" นายกิจธวัช กล่าว
นอกจากนี้ ยังจัดรางวัลนิวเอสพีบิลเดอร์ช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค.นี้ สำหรับ นักธุรกิจแอมเวย์ที่เพิ่งเริ่มต้น โดย สนับสนุนนักธุรกิจแอมเวย์ที่ทำได้ตามคุณสมบัติจะได้รับรางวัลพิเศษ 1 หมื่นบาท เป็นพิเศษ และ 3.การมอบรางวัลท่องเที่ยวให้ได้รับรางวัลง่ายและรวดเร็วขึ้น โดยจัดทริปให้นักธุรกิจที่สร้าง ยอดขายต่อเนื่อง 12 เดือน จากเดิมราว 18 เดือน
นายกิจธวัช กล่าวว่า หลังจากใช้ประกาศผลตอบแทนใหม่ในช่วง 2 สัปดาห์แรกที่ผ่านมา มีนักธุรกิจใหม่และสมาชิกใหม่เข้าสู่ระบบขายตรงเติบโตเพิ่มขึ้น 10% หรือราว 1,000 คน จากปกติยอดสมัคร 1 หมื่นคน/เดือน ตั้งเป้าทั้งปีจะมีสมาชิกเพิ่มขึ้น 10% จากปัจจุบันมีกว่า 1 แสนรหัส แบ่งเป็น นักธุรกิจ 3 แสนรหัส และสมาชิกที่สมัครเพื่อใช้สินค้า 7-8 แสนรหัส
ด้านภาพรวมธุรกิจขายตรงมูลค่า 7 หมื่นล้านบาท ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ซบเซาอย่างหนัก จากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ แอมเวย์ในฐานะผู้นำธุรกิจขายตรงจึงต้องปรับกลยุทธ์เพื่อกระตุ้นตลาด โดยคาดว่าปีนี้รายได้จะเติบโต 5-7% หรือกว่า 1.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการ กลับมาเติบโตอีกครั้งในช่วง 2 ปี จากในปีที่ผ่านมามีรายได้ 1.7 หมื่นล้านบาท ขณะที่สิ้นปีนี้คาดว่ารายได้ทรงตัวเท่าปีที่ผ่านมา







