posttoday
แข่งป้อน"ข้าว"ตลาดจีน

แข่งป้อน"ข้าว"ตลาดจีน

17 กันยายน 2557

จีนเป็นตลาดส่งออกสำคัญสำหรับสินค้าหลายชนิด รวมทั้ง “ข้าว” ซึ่งที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าจากเวียดนาม ปากีสถาน และอินเดีย และตอนนี้หลายประเทศก็กำลังจับจ้องตลาด “ข้าว” ในจีนกันตาเป็นมัน

จีนเป็นตลาดส่งออกสำคัญสำหรับสินค้าหลายชนิด รวมทั้ง “ข้าว” ซึ่งที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าจากเวียดนาม ปากีสถาน และอินเดีย และตอนนี้หลายประเทศก็กำลังจับจ้องตลาด “ข้าว” ในจีนกันตาเป็นมัน

บริษัทที่ปรึกษาด้านการเกษตรอักแลนด์ อินเวสเมนท์ เซอร์วิสเซส ชี้ว่าปัญหาการปนเปื้อนในดินและชุมชนเมืองที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วทางภาคใต้ของจีน ทำให้แหล่งผลิตข้าวต้องย้ายไปอยู่ทางภาคเหนือ ซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหาเรื่องระยะทางการขนส่งข้าวจากแหล่งผลิตมายังมณฑลอื่นๆ ที่บริโภคข้าว โดยเฉพาะที่มีพื้นที่ใกล้กับกัมพูชาจนกลายเป็นแรงจูงใจให้บริษัทในภาคใต้หันมานำเข้าข้าวจากไทย กัมพูชา และเวียดนาม มากขึ้น

ท่ามกลางโอกาสที่เพิ่มขึ้น สิ่งที่ผู้ส่งออกต้องสนใจคือ รัฐบาลกลางจีนตัดสินใจให้นำเข้าข้าวชนิดใดบ้าง ในปริมาณเท่าไหร่ และใครจะได้รับอนุญาตให้นำเข้า

ปัจจุบันเวียดนามคือ ผู้ป้อนข้าวรายใหญ่ที่สุดสำหรับจีน โดยเมื่อปี 2556 เวียดนามส่งออกข้าวไปจีนรวม 1.2 ล้านตัน ขณะที่กัมพูชาส่งออก 28,302 ตัน ซึ่งข้าวหอมที่จีนนำเข้าส่วนใหญ่นั้นจะมาจากกัมพูชา

อย่างไรก็ตาม หากต้องการชิงส่วนแบ่งในตลาดจีนมากขึ้น กัมพูชาจำเป็นต้องกำจัด “ชื่อเสีย” ที่ว่าข้าวกัมพูชามีราคาแพงเกินไป และมีคุณภาพต่ำ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ทางการกัมพูชามีส่วนสำคัญในการสร้างแบรนด์ข้าวกัมพูชาในจีน ทำให้รับรู้ถึงคุณภาพที่ดีของข้าว

ทั้งนี้ เมื่อเดือนที่ผ่านมารัฐบาลจีนไฟเขียวให้คอฟโก รัฐวิสาหกิจที่ดูแลเรื่องนำเข้าข้าวของจีน ซื้อข้าวจากกัมพูชา 1 แสนตัน ภายใน 1 ปี

ด้านรัฐบาลเวียดนามก็ได้ประกาศชัดว่าจะเน้นส่งออกข้าวไปยังจีนและกัมพูชาต่อไป โดยข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลการค้าและอุตสาหกรรมเวียดนามระบุว่า จีนเป็นผู้ซื้อข้าวเวียดนามรายใหญ่ที่สุดในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ โดยนำเข้าข้าวประมาณ 1.47 ล้านตัน มูลค่า 631.52 ล้านเหรียญสหรัฐ

ขณะที่ในพม่า ล่าสุดจีนได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปพม่าเพื่อตรวจสอบข้อกำหนดต่างๆ เกี่ยวกับข้าว ก่อนที่ทั้งสองประเทศจะบรรลุข้อตกลงการค้าข้าวกันในอนาคต แม้ว่าในความเป็นจริงแล้วมีการประเมินว่า ประมาณ 80% ของข้าวส่งออกพม่ามีปลายทางอยู่ที่จีน แต่จีนก็ยังถือว่าพ่อค้าที่ซื้อข้าวจากพม่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

นอกจากประเทศอาเซียนที่มุ่งจับตลาดจีนให้มากขึ้นแล้ว ประเทศผู้ผลิตข้าวรายใหญ่ในเอเชีย อย่างอินเดียก็พร้อมเดินเกมรุกมากขึ้นเช่นกัน โดยผู้ส่งออกข้าวได้เรียกร้องให้รัฐบาลอินเดียเจรจากับทางการจีน เพื่อแก้ปัญหามาตรการกีดกันที่ไม่ใช่ภาษีเกี่ยวกับการนำเข้าข้าวที่ไม่ใช่ข้าวบาสมาติ

แม้ว่าจีนจะเริ่มนำเข้าข้าวบาสมาติจากอินเดียตั้งแต่ปี 2555 แต่กลับปิดช่องสำหรับข้าวชนิดอื่น โดยให้เหตุผลว่าไม่มีการตรวจสอบความปลอดภัยด้านโรคแมลงและศัตรูพืชในข้าว (Phyto Protocol) แต่ เตจินเดอร์ นารัง นักวิเคราะห์การค้าข้าวชี้ว่า หากจีนซื้อข้าวจากปากีสถานได้ก็ต้องซื้อข้าวอินเดียที่มีคุณภาพดีกว่าได้เช่นกัน

สำหรับอินเดียได้ผงาดขึ้นมาเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมียอดส่งออกสูงถึง 10 ล้านตัน/ปี จากความต้องการข้าวในประเทศแถบแอฟริกา ขณะที่รัสเซียและยูเครนก็สนใจนำเข้าข้าวจากอินเดียเช่นกัน แต่อินเดียก็ยังมุ่งมั่นกับตลาดจีนเพราะเชื่อว่าสามารถป้อนข้าวคุณภาพดีในราคาที่ดึงดูดใจ และมีข้าวให้เลือกหลากหลายชนิด

ด้านสหรัฐก็เริ่มมองหาตลาดใหม่ๆ ซึ่ง บ๊อบ คัมมิ่งส ซีโอโอของสหพันธ์ข้าวสหรัฐ ให้ข้อมูลกับเว็บไซต์ไชน่า เดลี ว่า แต่ละปีสหรัฐส่งออกข้าวประมาณ 4550% ของกำลังการผลิตทั้งหมด โดยตลาดส่งออกสำคัญคือแคนาดา เม็กซิโก และประเทศอื่นในอเมริกากลาง พร้อมมองว่าการเข้าถึงผู้บริโภคจีนและทำตลาดในจีนเป็นสิ่งสำคัญ และเห็นว่าจีนสามารถเป็นตลาดรองรับข้าวคุณภาพสูงของสหรัฐได้

เหล่านี้คือคู่แข่งเดิมและ (ว่าที่) คู่แข่งของไทย ในการส่งออกข้าวเจาะตลาดจีน ซึ่งทุกประเทศบอกตรงกันว่าตนเองพร้อมขายข้าวคุณภาพดี

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน