
ปฏิวัติกระทรวงอุตฯ
จักรมณฑ์สั่งเลิกขอใบอนุญาตส่วนกลางขีดเส้นปลอดจากการเมืองแทรกแซง
จักรมณฑ์สั่งเลิกขอใบอนุญาตส่วนกลางขีดเส้นปลอดจากการเมืองแทรกแซง
“จักรมณฑ์” ปรับการทำงานอุตสาหกรรมครั้งใหญ่ เน้นสะดวก ลดต้นทุน รวดเร็ว ห้ามการเมืองแทรกแซง
นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยยุทธศาสตร์การทำงานว่า จะปฏิรูปการทำงานเพื่ออำนวยความสะดวกผู้ประกอบการ ลดต้นทุนการดำเนินงาน ก่อให้เกิดความคล่องตัวและเพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินงาน
แนวทางหลักจะเร่งผลักดันให้มีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ ที่ไม่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการอนุญาตการตั้งโรงงานอุตสาหกรรม การขออนุญาตทำเหมืองแร่ การออกใบอนุญาตและการอนุญาตตาม พ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
นอกจากนี้ จะเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการเชิงรุก ทั้งในรูปแบบการเพิ่มศูนย์รับการออกใบอนุญาตต่างๆ โดยไม่ต้องเดินทางเข้ามายังส่วนกลาง ให้บริการถึงตัวบุคคลผ่านระบบศูนย์บริการร่วม ณ จุดเดียว และระบบรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ที่สมบูรณ์แบบ
ขณะเดียวกัน จะเปลี่ยนจากการตรวจสอบก่อนปฏิบัติการ เป็นการทบทวนหลังการตรวจปล่อย เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความมั่นใจแก่ผู้ประกอบการในการรับใบอนุญาต อย่างไรก็ตามจะเพิ่มความเคร่งครัดกับมาตรการกำกับในทุกขั้นตอนให้เป็นไปตามกฎหมาย
นายจักรมณฑ์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือจะต้องสร้างระบบคุณธรรมในการแต่งตั้งและโยกย้ายเจ้าหน้าที่ กำหนดมาตรการป้องกันการแทรกแซงจากนักการเมือง และส่งเสริมให้มีการนำระบบพิทักษ์คุณธรรมมาใช้ในการบริหารงานบุคคลของเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ และสร้างจิตสำนึกในการรักษาศักดิ์ศรีของความเป็นข้าราชการ โดยต้องปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตในทุกระดับ และข้าราชการจะต้องปรับทัศนคติการทำงานใหม่จากเน้นการกำกับ ควบคุม มาเป็นให้คำปรึกษา แนะนำ ส่งเสริมพัฒนา มีจิตสาธารณะที่ดีแนวทางการทำงานหลักจะ บูรณาการการทำงานร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด ด้วยการสร้างเครือข่ายเพื่อให้ช่วยสอดส่อง เฝ้าระวังในเรื่องของผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากกระบวนการผลิตร่วมกัน
รมว.อุตสาหกรรมกล่าวว่า สร้างระบบความก้าวหน้าให้กับข้าราชการทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคอย่างเป็นธรรม โดยยึดในเรื่องของความรู้ความสามารถในการปฏิบัติภารกิจเป็นสำคัญ
อย่างไรก็ตาม กระทรวงอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับการพัฒนาประสิทธิภาพและคุณภาพของบุคลากร โดยการส่งเสริมพัฒนาทักษะเจ้าหน้าที่ทุกระดับให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ AEC เพื่อให้คำปรึกษาและแนะนำแก่ผู้ประกอบการและนักลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญต้องปลูกฝังให้บุคลากรมีความซื่อสัตย์สุจริต และโปร่งใสในหน้าที่การงาน เพราะเป็นพื้นฐานในการพัฒนาบุคลากรที่มีศักยภาพ
เผยกลยุทธ์พัฒนาอุตสาหกรรมไทย ชูความซื่อสัตย์ โปร่งใส สร้างค่านิยมใหม่พัฒนาอุตสาหกรรมประเทศ ผ่าน 3 ยุทธศาสตร์ ดังนี้ 1) ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน อาทิ พัฒนาเขตเศรษฐกิจชายแดนพิเศษ พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยในทุกระดับ พัฒนาแรงงานภาคอุตสาหกรรม เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน 2) ปฏิรูปการทำงาน เพื่ออำนวยความสะดวกผู้ประกอบการ อาทิ เร่งผลักดันให้มีการปรับปรุงและแก้ไขข้อบังคับกฎหมายที่ไม่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจภาคอุตสาหกรรม เพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการเชิงรุก ปรับทัศนคติการทำงานใหม่ของเจ้าหน้าที่ และ 3) สร้างความสามัคคีในองค์กรและสร้างค่านิยมใหม่ อาทิ สร้างระบบคุณธรรมในการแต่งตั้งและโยกย้ายเจ้าหน้าที่ ปลูกฝังค่านิยม ส่งเสริมพัฒนาทักษะเจ้าหน้าที่ทุกระดับ
นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ภาคอุตสาหกรรม ถือเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย พัฒนาภาคอุตสาหกรรมของประเทศให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันเมื่อเทียบกับนานาประเทศ ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่จะส่งผลต่อการประกอบธุรกิจอุตสาหกรรม ซึ่งถือเป็นเรื่องเร่งด่วน ควบคู่กับการสร้างรากฐานการพัฒนาอุตสาหกรรมให้เติบโตอย่างยั่งยืน และเน้นย้ำให้ทำงานด้วยความรวดเร็วโปร่งใส และถูกต้องยั่งยืน ผ่านการดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์ 3 ด้าน ได้แก่
1.ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ได้แก่
ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมที่สอดคล้องกับศักยภาพพื้นฐานของประเทศและพัฒนาสู่พลังงานทดแทนเช่น ส่งเสริมพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป โดยการพัฒนาวัตถุดิบและกระบวนการผลิตให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
เข้มงวดการควบคุมมลพิษของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม โดยไม่สร้างปัญหาสิ่งแวดล้อมต่อสังคมและชุมชน
พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน เพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ที่มีศักยภาพสูงในการรองรับการตั้งโรงงานอุตสาหกรรม และการขยายตัวของตลาดสินค้าอุตสาหกรรมไทยที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศเพื่อนบ้านรอบอาเซียน โดยระยะแรกให้ความสำคัญด่านชายแดนที่







