
ทหารไทยมั่นใจจีนฟื้นส่งทริกเกอร์ซื้อหุ้นเป้า8%
บลจ.ทหารไทย มั่นใจเศรษฐกิจจีนสดใส เปิดขายทริกเกอร์ฟันด์ลงทุนหุ้นจีน ตั้งเป้า 8% ใน 1 ปี
บลจ.ทหารไทย มั่นใจเศรษฐกิจจีนสดใส เปิดขายทริกเกอร์ฟันด์ลงทุนหุ้นจีน ตั้งเป้า 8% ใน 1 ปี
นายสมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทหารไทย เปิดเผยว่า บริษัทเปิดเสนอขาย (IPO)กองทุนเปิดทหารไทย China Trigger 8 ในระหว่างวันที่ 17-23 ก.ย.นี้ โดยกองทุนกำหนดเป้าหมายเลิกโครงการเมื่อมูลค่าหน่วยลงทุนสุทธิเติบโตถึง 8% ภายในระยะเวลา 1 ปี เนื่องจากบริษัทเล็งเห็นศักยภาพของการเติบโตและโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่า
"เราเชื่อว่าจีนกำลังฟื้นตัวอย่างเข้มแข็งและเป็นโอกาสที่ดีในการลง ทุน โดยมีปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญใน 4 ประการ ได้แก่ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกโดยรวมโดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกาที่เป็นตลาดส่ง ออกที่สำคัญของจีน พื้นฐานทางเศรษฐกิจของประเทศจีนเองในภาพรวมที่ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว การประเมินความคุ้มค่าและโอกาสการลงทุนในบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศจีน โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ ผ่านทางดัชนีชี้วัดที่สำคัญ เช่น ราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (พี/อี) ราคาต่อมูลค่าหุ้นทางบัญชี (พี/บีวี) และอัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (อารืโออี) รวมถึงอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล เป็นต้น และประการสุดท้ายคือการความจริงจังในการปฏิรูปประเทศของภาครัฐผ่านทาง มาตรการการเงิน การคลัง และสังคม โดยเฉพาะนโยบายปราบปรามคอรัปชั่น”นายสมจินต์ กล่าว
ทั้งนี้ กองทุนจะเข้าลงทุนผ่านกองหลัก คือ UBS (Lux) Equity Fund- China Opportunity (USD) Fund ซึ่งมีผลการดำเนินงานย้อนหลังที่โดดเด่นเป็นอย่างมาก เป็นหนึ่งในกองทุนที่บริหารจัดการโดย UBS Global Asset Management บริษัทที่ปรึกษาการลงทุนระดับโลก มีทีมงานมืออาชีพที่มีประสบการณ์ และโดยเฉพาะส่วนหนึ่งมีสัญชาติจีนจึงมีความเข้าใจในบริบทของวัฒนธรรม เศรษฐกิจ สังคมและโดยเฉพาะตลาดทุนของจีนเองเป็นอย่างดี
นายสมจินต์ กล่าวว่า กองทุนหลักใช้แนวทางการบริหารกองทุนแบบเชิงรุกมีกรอบการลงทุนที่ยืดหยุ่น ไม่ผูกกับดัชนีอ้างอิงหรือการจำกัดกลุ่มอุตสาหกรรมในการลงทุน ทีมผู้จัดการกองทุนจะคัดสรรพินิจพิเคราะห์เลือกหุ้นลงทุนแบบรายตัว โดยเน้นลงทุนในบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นจีนที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง และได้รับประโยชน์จากพลวัตรทางสังคมและเศรษฐกิจที่กำลังเปลี่ยนไป หรืออีกนัยหนึ่งก็คือบริษัทที่อยู่ในภาคเศรษฐกิจใหม่ เช่นกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่ไม่ใช่สินค้าพื้นฐานแต่อยู่ในกระแสหรือความต้อง การของสังคมเมือง หรือสอดคล้องกับรูปแบบใหม่ในการใช้ชีวิต กลุ่มโรงพยาบาลและสุขภาพ เป็นต้น อย่างไรก็ตามกลุ่มอุตสาหกรรมพื้นฐานทางเศรษฐกิจแบบเดิม เช่นภาคการเงินธนาคาร และอุตสาหกรรมพื้นฐานก็ยังมีพื้นที่ในพอร์ตการลงทุนเช่นกัน







