
สิ่งทอปากีสถาน (5)
การเข้ามาของจักรวรรดิอังกฤษใน Britsh India ไม่เพียงแต่ได้นำฝ้ายกลับไปทอผ้าที่ Manchester เท่านั้น แต่อังกฤษได้เข้ามาเรียนรู้อินเดียทุกเรื่อง แม้แต่ตำราอายุรเวชของฮินดูอังกฤษก็นำไปเป็นหัวข้อศึกษากันที่ Cambridge และ King’s College
การเข้ามาของจักรวรรดิอังกฤษใน Britsh India ไม่เพียงแต่ได้นำฝ้ายกลับไปทอผ้าที่ Manchester เท่านั้น แต่อังกฤษได้เข้ามาเรียนรู้อินเดียทุกเรื่อง แม้แต่ตำราอายุรเวชของฮินดูอังกฤษก็นำไปเป็นหัวข้อศึกษากันที่ Cambridge และ King’s College
อังกฤษรายงานผ่านทางหนังสือพิมพ์และวารสาร ทำให้ยุโรปพากันให้ความสำคัญผ่านทางสิ่งพิมพ์เหมือนกับอังกฤษกันขนานใหญ่ ส่งผลให้เกิดเสรีภาพด้านสื่อและการพิมพ์ขึ้นทั่วยุโรป (เทียบอยู่ในสมัยรัชกาลที่ 3 ของสยาม ซึ่งสยามก็เริ่มมีหนังสือพิมพ์ฉบับแรกออกโดยหมอบรัดเล)
นักเศรษฐศาสตร์ที่นิยมการแข่งขันทางการค้าเสรีมองสภาพการผลิตในยุโรปว่าดี เพราะรัฐได้ประโยชน์จากภาษี แต่พวกนักคิดเยอรมันและปรัสเซีย (ซึ่งก็คือคนเยอรมัน) มองว่ากลุ่ม The Have Nots ที่เป็นพลวัตในการผลิต ถูกฉกฉวยประโยชน์ซ้อนทับอยู่อีกหลายชั้น
ทำให้หลายคนนึกถึง Communism
ความคิด Communism ไม่ได้เป็นแนวคิดใหม่หรอกค่ะ การไม่ให้คนครองทรัพย์สินส่วนตัวมีอยู่ในหนังสือ Republic ของเปลโตตั้งสองพันปีมาแล้ว บางสมาคมในปรัสเซียและเยอรมนีก็พูดคุยเรื่องนี้ก่อนหน้า Marx ด้วยซ้ำ
Marx เห็นว่า Communism เป็นยาขนานเดียวที่จะแก้ปัญหาของกลุ่ม The Have Nots ที่ถูกเอาเปรียบได้
ผู้เขียนมองว่ากลไกสำคัญ Marx นำมาใช้ทำงานให้งานของตนได้ผลมากคือ... เสรีภาพทางสื่อสิ่งพิมพ์ในยุโรปค่ะ มันคือสื่อค่ะ Marx ฉวยโอกาสโถมทำงานผ่านหนังสือพิมพ์และปราศรัยรุนแรงอย่างต่อเนื่อง จนรัฐบาลปรัสเซียทน Marx ไม่ไหว สั่งปิดหนังสือพิมพ์ของ Marx ในเดือน มี.ค. 1843 เหมือนกับบอกว่า...
“เมิงอยากทำต่อก็ไปทำที่ประเทศอื่น...”
Marx เป็นยิวหัวรั้น กำลังเข้าช่วงเบญจเพสและถอยไม่เป็น รู้สึกว่าความคิดของตนเองเป็นสากล การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่เพียงจะเกิดขึ้นในยุโรปเท่านั้น แต่ต้องเกิดขึ้นทั่วโลก จึงบ่ายหน้าออกจากประเทศปรัสเซียไปประเทศฝรั่งเศสเพื่อไปทำกิจกรรมของตนต่อไป
ช่วงนั้น... Friedrich Engels อายุ 24 ปี มาทำงานที่โรงงานทอผ้าของพ่อที่ Manchester เป็นแฟนคลับทางความคิดของ Marx ตั้งแต่ก่อน มาอังกฤษ แต่ก็ยังไม่เคยพบกับ Marx
เมื่อมาทำงานที่ Manchester ก็ทุเรศกับความเป็นอยู่ของคนงานโรงงานที่นั่นมาก จึงออกไปดูความเป็นอยู่ของคนงานตามตรอกซอกซอยแล้วเขียนหนังสือ The Condition of the Working Class in England in 1844 วัตถุประสงค์หนึ่งที่เขียนหนังสือเล่มนี้ ก็เพื่อจะส่งหนังสือนี้ไปเป็นข้อมูลให้ Marx ซึ่งกำลังทำหนังสือพิมพ์และขยายความคิดที่จะเปลี่ยนโลกอยู่ในปารีส
ท่านผู้อ่านคะ... ยุโรปกำลังเข้าสู่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมช่วงที่ 2 ในห้วงเวลาของ Marx & Engels
ในทางเทคโนโลยี... ยุโรปก็กำลังจะเข้าสู่ยุค “Steam & Steel” เต็มรูป
ในทางการเมือง... ยุโรปกำลังวุ่นวายกันนัวเนียทั้งทวีป... ฝรั่งเศสเข้าสู่สาธารณรัฐครั้งที่ 2 อิตาลีกำลังจะรวมชาติ เยอรมนีกำลังจะรวมชาติ...
คนยุโรปเผ่นไปอเมริกามากมาย ฯลฯ
ในทางสังคมวิทยา... Manchester กลายเป็นห้องจำลองของการแยก The Haves & The HaveNots ให้โลกได้เห็น ในทางมานุษยวิทยา... Manchester คือ The Cottonopolis มีเสียงโอดครวญของ The HaveNots กล่อมอยู่ทุกวัน
แต่อังกฤษก็ยังเพลิดเพลินกับการแปรฝ้ายที่ส่งมาจากอินเดียกลายเป็นผ้าส่งออกขายทั่วโลกต่อไป โดยแทบไม่มีปัญหาทางการเมืองวุ่นวายเหมือนที่อื่นในยุโรปเลย
(อ่านต่อวันอังคารหน้าค่ะ)







