
ไอแบงก์หนี้เสียพุ่ง
ลูกหนี้รายใหญ่ค้างหนี้เดือนเดียว7พันล.หวั่นแก้หนี้ช้าเอ็นพีแอลเพิ่มเป็น80%
ลูกหนี้รายใหญ่ค้างหนี้เดือนเดียว7พันล.หวั่นแก้หนี้ช้าเอ็นพีแอลเพิ่มเป็น80%
ไอแบงก์ ส่ออาการโคม่าลูกหนี้ตกชั้นเดือนเดียว 7,000 ล้านบาท คาดหนี้เสียพุ่ง 80%
แหล่งข่าวจากธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) เปิดเผยว่า จากการเข้าตรวจสอบสถานะทางการเงินของไอแบงก์เบื้องต้น สิ้นสุด ณ เดือน ส.ค.ที่ผ่านมา พบว่าธนาคารมียอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เพิ่มขึ้นอีก 7,000 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดเอ็นพีแอลขยับสัดส่วนขึ้นมาเป็น 4.2 หมื่นล้านบาท หรือ 38% ของสินเชื่อรวม 1.1 แสนล้านบาท เนื่องจากมีลูกหนี้รายใหญ่ตกชั้นเพิ่มในเดือน ส.ค. คาดว่าจนถึงสิ้นปี 2557 จะมีลูกหนี้รายใหญ่ตกชั้นเพิ่ม จนเอ็นพีแอลเพิ่มไปสูงถึง 5 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ เมื่อเข้าไปพิจารณาข้อมูลลูกหนี้ทั้งหมดอย่างละเอียด พบว่ามีลูกหนี้รายใหญ่หลายรายที่ไม่มีศักยภาพในการชำระหนี้ และมีแนวโน้มตกชั้นกลายเป็นเอ็นพีแอลได้ในอนาคต และในกรณีที่ร้ายแรงหากไม่เร่งติดตามลูกหนี้ดังกล่าว ยอดเอ็นพีแอลอาจสูงขึ้นถึง 80% จนทำให้ธนาคารไม่สามารถดำเนินงานต่อไปได้ และอาจต้องใช้วิธีการควบรวมกิจการกับสถาบันการเงินของรัฐตามที่กระทรวงการคลังได้ศึกษาไว้แล้ว
นอกจากนี้ แหล่งข่าวเปิดเผยว่า เบื้องต้นจะเรียกลูกหนี้กลุ่มความเสี่ยงดังกล่าวมาหารือแนวทางการประนอมหนี้ หรือวิธีแก้ไขให้ไม่ตกชั้นกลายเป็นเอ็นพีแอลเพิ่ม โดยจะแยกประเภทในส่วนที่มองว่ายังสามารถดูแลได้อยู่ บางส่วนอาจจะต้องมีการขายออกไป และรอเงินเพิ่มทุนจากกระทรวงการคลัง 5,000 ล้านบาท จากผู้ถือหุ้นใหญ่คือกระทรวงการคลัง 2,500 ล้านบาท ธนาคารออมสิน 2,000 ล้านบาท และธนาคารกรุงไทยอีก 500 ล้านบาท ซึ่งยังไม่ได้รับการอนุมัติ เนื่องจากคลังขอดูแผนฟื้นฟู และการตรวจสอบสถานะทางการเงิน (ดิวดิลิเจนต์) ก่อน
ด้าน นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ประธานคณะกรรมการไอแบงก์ ยอมรับว่า ตรวจพบลูกหนี้ที่ไม่มีศักยภาพจริง ขณะนี้ธนาคารอยู่ระหว่างรอทำดิวดิลิเจนต์ ซึ่งได้ว่าจ้างบริษัท ดีลอยท์ ทู้ช โธมัทสุ เป็นที่ปรึกษามาตรวจสอบฐานะทางการเงินให้เสร็จช่วงเดือน พ.ย.นี้ เชื่อว่าหากดิวดิลิเจนต์เสร็จสมบูรณ์แล้ว จะทราบตัวเลขหนี้เอ็นพีแอลคงชัดเจนมากขึ้น ทั้งความสามารถของการชำระหนี้คืนของลูกหนี้ ประวัติในการชำระหนี้ในแต่ละราย รวมถึงหลักประกันที่ใช้ค้ำประกัน ซึ่งจะทำให้มองเห็นแนวทางการแก้ไขอย่างชัดเจนและปฏิบัติได้อย่างถูกวิธี
“ลูกหนี้ที่ไม่มีศักยภาพจะทำให้เอ็นพีแอลพุ่งจะสูงถึง 80% ในอนาคตหรือไม่นั้น ยังไม่อยากให้คิดถึงไปขนาดนั้นเชื่อว่าเมื่อทำดิวลิเจ้นท์มาจะสามารถหายามารักษาโรคได้ แต่หนี้ที่เห็นอย่างชัดเจนหลังการตรวจสอบอาจจะสูงขึ้นได้เช่นกัน” นายชัยวัฒน์ กล่าว







