
กะเทาะปัญหาท่องเที่ยวบทพิสูจน์แม่ทัพหญิง
เป็นคำถามที่คนในวงการท่องเที่ยวตอบได้อย่างไม่เต็มปากนักว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย
โดย...พีรดา ปราศรีวงค์
เป็นคำถามที่คนในวงการท่องเที่ยวตอบได้อย่างไม่เต็มปากนักว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยเป็นฝีมือของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพราะนับจากก่อตั้งกระทรวงการท่องเที่ยวฯขึ้นมาร่วม 12 ปี ได้ถูกผูกขาดจากพรรคการเมืองเดียวสะท้อนได้จากผลงานที่ผ่านมา เอกชนต่างเห็นเป็นทิศทางเดียวกันว่า กระทรวงไม่สามารถเป็นที่พึ่งในยามวิกฤตให้กับภาคเอกชนได้อย่างแท้จริง
ช่วงที่ประเทศมีรัฐบาลมาจากวิธีพิเศษ จึงเป็นโอกาสและความหวังของผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย ได้เห็นการผ่าตัดโครงสร้างการบริหารจัดการครั้งใหญ่ของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ โดยทุกฝ่ายต่างสนับสนุนให้ กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร แม่ทัพหญิงคนใหม่ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา วางกรอบการบริหารจัดการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนและมีทิศทาง
โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นนับหนึ่งหรือปูพื้นฐานให้กับการท่องเที่ยวไทยใหม่อีกครั้ง โดยเฉพาะการจับแยกงานด้านการท่องเที่ยวและกีฬาออกจากกัน เพราะตลอด 12 ปีที่ผ่านมา สะท้อนภาพได้ว่างานทั้งสองไม่สามารถหลอมรวมให้เป็นเนื้อเดียวกันได้ ตอนนี้อาจเป็นเวลาเหมาะสมที่จะปรับกระบวนทัพใหม่ เพราะรัฐบาลชุดนี้ไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงคะแนนนิยม สามารถพุ่งชนเพื่อแก้ปัญหาได้อย่างเต็มที่ หากกฎระเบียบบางข้อถึงคราวจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงหรือฉีกทิ้ง เพื่อให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยมีความทันสมัย มีแรงเหวี่ยงให้ก้าวหน้าต่อไปได้ ควรตัดสินใจทำ
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่ากระทรวงการท่องเที่ยวฯ ประสบปัญหาด้านบุคลากรข้าราชการที่ขาดความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยว ส่วนใหญ่เป็นสายงานที่เติบโตมาจากกรมพลศึกษา ทำให้แนวทางพัฒนาด้านการท่องเที่ยวถูกจำกัดอยู่ในขอบเขต
นอกจากนี้ ภาพการทำงานระหว่างกรมการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ยังมีความซ้ำซ้อนกันในหลายเรื่อง และไม่สามารถประสานความร่วมมือด้านการทำงานกันได้อย่างสนิทใจ ผลลัพธ์ที่ออกมาทำให้การท่องเที่ยวสะดุดขาตัวเองอยู่บ่อยครั้ง โจทย์การสร้างความชัดเจนกับภารกิจหน้าที่การทำงานของแต่ละฝ่ายเป็นอีกเรื่องที่รัฐมนตรีป้ายแดง ต้องเร่งสร้างความชัดเจนให้เกิดขึ้น เพื่อให้ทุกฝ่ายแบ่งแยกการทำงาน สามารถกระจายความรับผิดชอบได้เต็มที่
ด้านการวางแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของประเทศ ถึงเวลาหรือยังที่ควรมองข้างหน้าออกไปในระยะยาว 35 ปีข้างหน้า ว่าโฉมหน้าภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของไทยจะเป็นอย่างไรนับจากนี้ รองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ปี 2558 ซึ่งเชื่อว่าในช่วง 12 ปี ภายหลังเปิดอย่างเป็นทางการแล้ว ประเทศไทยคงยังไม่โดนผลกระทบจากอะไรมากนัก แต่หลังจากนั้นอีก 35 ปี เชื่อว่าเป้าหมายการเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวไทยจะหลุดลอยออกไปไกลตัวขึ้นเรื่อยๆ จากการพัฒนาสินค้าทางการท่องเที่ยวของประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม อย่างดุเดือด
ขณะที่แผนกลยุทธ์ของประเทศไทยยังเน้นการขาย หาดทราย ชายทะเล และหลงความสวยงามทางธรรมชาติ และย้ำคิดเสมอว่านักท่องเที่ยวต่างหลงเสน่ห์เมืองไทยและจะเลือกประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางในอาเซียน ทั้งๆ ที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯยังขาดแผนพัฒนาที่เป็นรูปธรรมไม่สามารถขับเคลื่อนออกมาได้ ทำให้ภาพการทำงานปัจจุบันเป็นเพียงการแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าเท่านั้น
ส่วนปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องเร่งวางแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวระยะเร่งด่วนภายใต้กฎอัยการศึก เป็นอีกเรื่องสำคัญที่กระทรวงต้องเร่งวางแผนให้การเดินทางฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ที่จะถึงนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติหวนเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงเสี้ยวปัญหาที่คนในวงการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวต่างฝากความหวังให้ รมว.การท่องเที่ยวฯ เร่งวางยุทธศาสตร์กระทรวงใหม่ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาที่ซุกใต้พรมมานานอย่างมัคคุเทศก์เถื่อน ห้องพักผิดกฎหมาย ฯลฯ รวมถึงการพัฒนาการท่องเที่ยวแบบเชื่อมโยงในอาเซียนมากขึ้น
หวังว่าการได้ผลัดใบในครั้งนี้ ภาคเอกชนจะเห็นแสงสว่างได้สดใสกว่าทุกครั้ง







