
พิเคราะห์ดวงประเทศ เราข้ามพ้นวิกฤตแล้ว
....นคร สังขรัตน์
...ประเทศชาติจะรุ่งเรืองและเฟื่องฟุ้ง น้ำมันผุดขึ้นมาจนเห็นค่า...
...พวกกาขาวจะบินรี้หนีเข้ามา เป็นประชาจนเต็มพระนคร...
คนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปนั้น คงจะคุ้นเคยกับคำทำนายข้างต้นนี้ดี เพราะว่ากันว่าเป็นคำทำนายของพระราชพรหมยาน หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ที่เคยทำนายชะตาบ้านเมืองในช่วงหลังปี 2518 เป็นต้นมา ซึ่งคำทำนายนี้มีส่วนตรงกับความเป็นจริงอยู่ไม่น้อย เพราะตามคำทำนายบาทแรกนั้น ในช่วงระหว่างปี 25482551 โลกเผชิญกับภาวะราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ราคาน้ำมันในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้นจาก 68.8 เหรียญสหรัฐ ในปี 2550 เป็น 133.9 เหรียญสหรัฐ ในเดือน ก.ค. 2551 ซึ่งได้ส่งผลกระทบมายังประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในบาทที่สองที่กล่าวถึง
“กาขาว” ในความหมายนี้หมายถึงชาวต่างประเทศนั่นเอง จะเห็นว่าตั้งแต่รัฐบาลได้ประกาศ “ปีท่องเที่ยวไทย 2530” เป็นต้นมา ประเทศไทยก็ได้กลายเป็นเป้าหมายในการเดินทางมาท่องเที่ยวของชาวต่างประเทศทั่วโลก ไทยได้รับการยกย่องว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าประทับใจแห่งหนึ่งของโลก โดยในปี 2552 ไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวถึง 14 ล้านคนนอกจากนี้ ตั้งแต่มีการเปิดการค้าเสรี โดยการจัดตั้ง WTO ในปี 2538 ประเทศไทยก็ถูกผนวกเข้าเป็นหนึ่งในระบบเศรษฐกิจโลกอย่างไม่อาจแยกจากกันได้แล้ว จากระดับของการเปิดประเทศเพียงแค่ 66% ในปี 2533 ได้กลายเป็น 137% ในปี 2551 หรือแม้กระทั่งวิกฤตการณ์เมืองในปัจจุบันที่อดีตผู้นำท่านหนึ่งพยายามสร้างสถานการณ์โดยการใช้กลยุทธ์โลกล้อมประเทศ ใช้สื่อต่างชาติมากดดันประเทศไทย ก็นับว่าได้ผลอยู่ไม่น้อย จนรัฐบาลจำเป็นที่จะต้องเปิดทำเนียบรัฐบาลเพื่อชี้แจงให้ชาวต่างประเทศเข้าใจสถานการณ์อย่างแท้จริง
ประเทศไทยนั้นมีดวงพระฤกษ์ฝังเสาหลักเมืองกรุงรัตนโกสินทร์ ตรงกับสุริยคติกาล วันที่ 21 เม.ย. 2325 และจันทรคติกาลตรงกับวันอาทิตย์ ขึ้น 10 ค่ำ เดือน 6 ปีขาล จุลศักราช 1144 เวลารุ่งเช้าแล้วเก้าบาท คือเวลา 06.54 น. ซึ่งเป็นมหัทธโนฤกษ์ หรือฤกษ์ของผู้มั่งมี ผู้ร่ำรวย มหาเศรษฐี จึงไม่น่าแปลกใจว่าประเทศไทยที่มีกรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงนั้น ได้กลายเป็นเมืองท่า เมืองเศรษฐกิจ และศูนย์กลางการค้าขายที่สำคัญในดินแดนอุษาคเนย์มาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
หากจะกล่าวว่ากรุงเทพมหานครเป็นคน ก็ถือว่าปัจจุบันกรุงเทพมหานคร มีอายุ 228 ปี หรือ 19 รอบ หมายความว่าในปัจจุบันซึ่งตรงกับปีขาล ประเทศไทยจะกลับเข้าสู่ดวงชะตาที่เข้าสู่ปีเกิด ซึ่งตามโบราณกล่าวว่าคนที่ดวงชะตาครบกำหนดตามปีเกิดเรียกว่าตก
“เจดีย์” ท่านกล่าวว่า บุคคลใดที่ตกเจดีย์ ปีนั้นจะอยู่ร่มเย็นเป็นสุข จะมีสุขกายสบายใจ จะได้ทำบุญกุศลในศาสนา ปรารถนาสิ่งใด ย่อมได้สมใจนึกแลเมื่อพิเคราะห์ดูสถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจมาประกอบจะเห็นว่าสอดคล้องกันเป็นอย่างยิ่ง เพราะแม้ว่าจะเกิดสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองมาโดยตลอดในระยะหลายปีมานี้ แต่ตั้งแต่วันที่ 21 เม.ย. 2553 เป็นต้นมา สถานการณ์ก็เริ่มคลี่คลายมาโดยลำดับ อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถหลีกเลี่ยงการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารและกลุ่มคนเสื้อแดง และการก่อวินาศกรรมในช่วงหลังจากดวงเมืองได้นั้น ผมก็คิดว่าคงเป็นเพราะดาวบาปเคราะห์ในอดีตยังคงส่งผลอยู่ แต่ถ้าลองนึกดูว่าประเทศไทยไม่ได้อยู่ในดวงเมืองที่ดีแบบนี้ เราอาจจะเกิดเหตุโศกนาฏกรรมที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ คงจะเกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินมากมายกว่านี้นัก
จากดวงเมืองดังกล่าวจะพบว่าในปี 2553 นั้นประเทศไทยน่าจะเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะการมีเสถียรภาพทางการเมืองมากขึ้นเป็นลำดับ โดยเฉพาะภาคเศรษฐกิจจะเติบโตอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในรอบ 12 ปี ซึ่งจะเติบโตทั้งในภาคเศรษฐกิจที่แท้จริงและภาคการเงิน เพราะเหตุว่าดวงชะตาเมืองจะดีติดต่อกันเป็นระยะเวลา 2 ปี นั่นคือ 25532554 นั่นย่อมแสดงว่า ความมีเสถียรภาพทางการเมืองและการเติบโตทางเศรษฐกิจดังกล่าว จะช่วยผลักดันให้ภาคการเงินของประเทศเฟื่องฟู โดยตลาดหลักทรัพย์ที่เคยซบเซามาเป็นเวลานาน เราน่าจะได้เห็นดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ทะยานขึ้นไปแตะที่ระดับ 800 จุดได้ภายในปีนี้ และอาจจะพุ่งขึ้นไปถึง 900 จุดได้ภายในปี 2554
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าดวงชะตาเมืองกำลังจะส่งผลในทางที่ดีขึ้น และเมื่อวิเคราะห์ตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ ก็ทำให้พอจะคาดการณ์ได้ว่าเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวก็ตาม คนไทยและประเทศไทยก็ยังคงต้องตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาท ยังต้องประพฤติปฏิบัติอยู่ในความดีงามต่อไป เพื่อสั่งสมเป็นบุญกุศลช่วยฟื้นฟูให้ประเทศไทยเป็นที่น่าอยู่น่าอาศัย
ดังมงคล 38 ประการในข้อที่ 4 ความอยู่ในประเทศอันสมควร กล่าวคือประเทศใดที่มีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และภิกษุบริษัทสี่ ทรงไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปัญญา สั่งสอนปวงชนให้ประพฤติธรรมอยู่เนืองๆ ก็จักทำให้ผู้คนในประเทศนั้นขยันขันแข็ง พัฒนาจัดสร้างสาธารณูปโภคอย่างพอเหมาะพอดีด้วยวิธีที่ถูกต้อง และซื่อสัตย์สุจริต ประเทศนั้นก็จะเจริญทั้งวัตถุและจิตใจ เพราะเมื่อเป็นดังนี้แล้วประเทศไทยของเราจะได้กลับสู่ความเป็นแผ่นดินธรรมแผ่นดินทองดังเดิม







