
รถไฟทางคู่ดันการค้าปาดังฯ
หอการค้าหนุนสร้างเชื่อมจากหาดใหญ่ปริมาณสูงกว่าสะเดาบ้านประกอบหงอย
หอการค้าหนุนสร้างเชื่อมจากหาดใหญ่ปริมาณสูงกว่าสะเดาบ้านประกอบหงอย
เอกชนหนุนรถไฟทางคู่ปาดังเบซาร์หาดใหญ่ เชื่อทำการค้าผ่านด่านปาดังเบซาร์คึกคักกว่าด่านสะเดา
นายสมพร สิริโปราณานนท์ ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ทางภาคเอกชนสนับสนุนนโยบายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่จะนำแผนการพัฒนารถไฟทางคู่เส้นทางหาดใหญ่ปาดังเบซาร์ เข้าไปอยู่ในแผนการพัฒนาเส้นทางเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นอย่างมาก เนื่องจากจะเป็นประโยชน์ต่อการส่งออกสินค้าเกษตรของไทยออกไปสู่ตลาดต่างประเทศ และสามารถเชื่อมโยงกับทางมาเลเซียสะดวกขึ้น
ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ที่ผ่านมาการส่งออกสินค้าจะส่งผ่านด่านปาดังเบซาร์มากกว่าด่านสะเดา เนื่องจากเป็นเส้นทางที่สะดวกที่สุด แต่เมื่อการค้าขยายตัว ด่านปาดังเบซาร์กลับมีข้อจำกัด เนื่องจากมีพื้นที่เพียง 7 ไร่เท่านั้น และการขนส่งเป็นรถไฟทางเดี่ยว ไม่สามารถขยายการขนส่งได้ตามปริมาณการค้าที่เพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการจึงหันมาใช้บริการด่านศุลกากรสะเดา ซึ่งเป็นการขนส่งทางถนน เร็วกว่าการขนส่งทางรถไฟ
อย่างไรก็ตาม หากมีการพัฒนารถไฟทางคู่ได้ในอนาคต และมีการพัฒนาด่านปาดังเบซาร์ควบคู่ไปกับด่านสะเดา จะทำให้การขนส่งผ่านด่านปาดังเบซาร์กลับมาเพิ่มขึ้นมากกว่าด่านสะเดาได้ไม่ยาก
ปัจจุบันสินค้าที่ผ่านด่านปาดังเบซาร์และด่านสะเดากว่า 70% เป็นสินค้าอุตสาหกรรมทางด้านการเกษตร และมากกว่าครึ่งเป็นการขนส่งยางพาราและสินค้าเกษตรอื่นๆ
ขณะที่ด่านบ้านประกอบที่ อ.นาทวี จ.สงขลา ในปัจจุบันยังคงมีการใช้บริการค่อนข้างน้อย ซึ่งด่านดังกล่าวนี้เปิดตามความต้องการของทางมาเลเซีย ที่ต้องการให้เป็นช่องทางในการขนส่งวัตถุดิบจากไทยไปมาเลเซีย แต่โรงงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ของไทยอยู่ในพื้นที่หาดใหญ่ การขนส่งสินค้าผ่านด่านปาดังเบซาร์และด่านสะเดามากกว่าเพราะสะดวกและใกล้กว่า ทำให้ด่านบ้านประกอบยังมีคนใช้บริการน้อย
อย่างไรก็ตาม ในอนาคตพื้นที่ของด่านบ้านประกอบอาจจะเป็นพื้นที่การพัฒนาในเฟสที่ 2 ต่อไป ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ที่สามารถพัฒนาต่อไปได้ เพราะมีศักยภาพดี แต่ในเบื้องต้นคงต้องส่งเสริมให้โรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ที่ใกล้ด่านมาใช้บริการด่านบ้านประกอบให้มากที่สุดก่อน
สำหรับการพัฒนารถไฟทางคู่เส้นทางปาดังเบซาร์หาดใหญ่อยู่ระหว่างทำการศึกษาความคุ้มค่าของโครงการลงทุน ระยะทาง 70-80 กิโลเมตร ด้วยงบประมาณจำนวน 40 ล้านบาท ในปี 2558-2559 โดยรถไฟดังกล่าวจะสิ้นสุดที่บริเวณชายแดนและเชื่อมต่อกับรถไฟจากมาเลเซีย ขนาดรางมิเตอร์เกจ์กว้าง 1 เมตร ใช้ขนส่งทั้งผู้โดยสารและสินค้า







