
‘ครบุรี’ดิ้นสู้แก้กำไรต่ำเป้า
ลุยขายน้ำตาลเองเพิ่มผลิตภัณฑ์สู้ตกตํ่ายันแจกเงินปันผลตามนโยบายเหมือนเดิม
ลุยขายน้ำตาลเองเพิ่มผลิตภัณฑ์สู้ตกตํ่ายันแจกเงินปันผลตามนโยบายเหมือนเดิม
KBS ทำใจลดเป้ากำไรต่ำกว่าปีก่อน รายได้ทรงตัว โรงไฟฟ้ามาช้า เร่งทำตลาดหลังน้ำตาลล้น ทุบราคาดิ่ง
นายทัศน์ วนากรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท น้ำตาลครบุรี (KBS) เปิดเผยว่า ต้องยอมรับว่าผลประกอบการในปี 2557 พลาดจากเป้าหมายที่ตั้งใจไว้มาก ทั้งกำไรสุทธิที่น้อยกว่าปีก่อนที่ทำได้ 501 ล้านบาท ขณะที่รายได้จะทรงตัวเท่าปีก่อนที่ทำได้ 5,972 ล้านบาท จากเดิมคาดรายได้ปีนี้จะโต 10%
สาเหตุหลักที่ทำผลงานพลาดเป้าเพราะบริษัทรับรู้กำไรสุทธิจากโรงไฟฟ้า 35 เมกะวัตต์ ช้ากว่าที่กำหนด เพราะติดปัญหาการเมือง ทำให้ไม่มีการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและบริหารมาตรการพลังงานหมุนเวียนของกระทรวงพลังงาน จึงเซ็นสัญญาจ่ายไฟกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ไม่ได้
ทั้งนี้ ล่าสุดทาง กฟผ.ได้แจ้งมาว่า ได้ส่งหนังสือไปยังคณะกรรมการชุดดังกล่าวแล้ว ซึ่งบริษัทคาดว่าจะได้รับการอนุมัติให้เซ็นสัญญาจ่ายไฟได้ช่วงปลายเดือน ธ.ค.นี้ จากเดิมคาดว่าจะสามารถรับรู้กำไรจากโรงไฟฟ้าตั้งแต่ไตรมาส 2 และคาดว่ารับรู้กำไรสุทธิปีนี้ทั้งหมดประมาณ 120150 ล้านบาท หรือคิดเป็นรายได้ประมาณ 300 ล้านบาท
นอกจากนั้น บริษัทยังได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำตาลล้นตลาดเพราะมีการผลิตส่วนเกินในตลาดโลก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ราคาน้ำตาลดิ่งลงไปที่ 15 เซนต์/ปอนด์ ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยทั่วไปที่ 17 เซนต์/ปอนด์ แต่บริษัทได้ตกลงราคาขายไปแล้วกับคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ที่ 18 เซนต์/ปอนด์ ซึ่งปัญหานี้ส่งผลให้บริษัทไม่สามารถระบายน้ำตาลที่ค้างอยู่ได้ประมาณ 1 ล้านตัน หรือสูญเสียรายได้ประมาณ 300 ล้านบาทปีนื้
อย่างไรก็ตาม บริษัทอยู่ระหว่างการเร่งทำการตลาดเพื่อระบายน้ำตาล โดยพยายามขายน้ำตาลไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ลาว กัมพูชา และพม่าเองโดยตรง จากปกติจะขายน้ำตาลให้ผู้ค้าต่างประเทศ (อินเตอร์เนชัลแนลเทรดเดอร์) เท่านั้น ขณะเดียวกันก็ยังได้กลุ่มมิตซุยซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 2 ของบริษัทในการช่วยเป็นเทรดเดอร์อีกทางด้วย
“เพื่อบริหารความเสี่ยงในระยะยาว บริษัทพยายามจะเพิ่มผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ได้ระหว่างกระบวนการการผลิตน้ำตาลมากขึ้นหรือมีรายได้อื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกันมากมาเสริม โดยช่วงที่เหลือของปีนี้จะมีอีก 1 ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะเปิดตัวช่วงปลายปี ขณะที่ 1 ปีที่ผ่านมาบริษัทก็มีรายได้เสริมประมาณ 500 ล้านบาท จากการเป็นเทรดเดอร์กากน้ำตาล” นายทัศน์ กล่าว
นายทัศน์ กล่าวต่อว่า เรื่องภาวะน้ำตาลล้นตลาดและทำให้ราคาน้ำตาลดิ่งเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ในอุตสาหกรรมซอฟต์คอมมูนิตี้ที่ต้องมีความผันผวนสูง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ บริษัทมีการรับมือและการบริหารความเสี่ยงภายในองค์กรที่ดีมากกว่า แม้รายได้และกำไรสุทธิของบริษัทปีนี้จะลดลง แต่บริษัทยังยืนยันว่ายังคงมีนโยบายจ่ายเงินปันผลเหมือนเดิม
นอกจากนั้น อยากให้นักลงทุนมองว่าการที่กลุ่มมิตซุยแปลงสิทธิวอร์แรนต์จำนวน 50 ล้านหน่วยที่ราคา 12.70 บาท เมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นได้เพิ่มเป็น 16.6% จากเดิม 9% แสดงว่าต้องมั่นใจในอนาคตของบริษัท โดยยังเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 2







