posttoday
จับตาฟองสบู่mai

จับตาฟองสบู่mai

05 กันยายน 2557

ห่วงพี/อีพุ่งลิ่ว77เท่าทุบประวัติศาสตร์‘LDC’เก็งกำไรสนั่น1,470ล้านบาท

ห่วงพี/อีพุ่งลิ่ว77เท่าทุบประวัติศาสตร์‘LDC’เก็งกำไรสนั่น1,470ล้านบาท

“ประพันธ์” กังวล maiพี/อีสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 77 เท่า เกรงจะเกิดภาวะฟองสบู่

นายประพันธ์ เจริญประวัติ กรรมการผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า ขณะนี้อัตราราคาเทียบกับกำไรสุทธิต่อหุ้น (พี/อี) ของ mai อยู่ที่ระดับ 77 เท่า มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 2,209 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน (ออลไทม์ไฮ) และระดับการซื้อขายดังกล่าวสูงกว่าการซื้อขายของตลาดหุ้นเวียดนาม

อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นใน mai ที่ขยับสูงและได้รับความสนใจจากนักลงทุนเข้ามาลงทุนอย่างมากนั้น แม้จะมีปัจจัยพื้นฐานรองรับก็ตาม แต่ยอมรับว่าได้สร้างความกังวลว่าจะเกิดภาวะฟองสบู่ใน mai เช่นกัน ทำให้ต้องมีการจับตาในประเด็นดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

ส่วนกรณี บริษัท แอลดีซี เด็นทัล (LDC) นับเป็นตัวแรกของปี 2557 ที่ให้ผลตอบแทนวันแรกในการเข้าซื้อขายที่ระดับ 200% และยังคงปรับตัวขึ้นซิลลิ่งเป็นวันที่สอง ซึ่งยอมรับว่าการซื้อขายร้อนแรงของ LDC ทางฝ่ายกำกับดูแลการซื้อขายของทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) คงจะเข้าไปตรวจสอบการซื้อขาย แต่ถือเป็นการตรวจสอบตามขั้นตอนปกติอยู่แล้ว

ด้าน นายสมภพ ศักดิ์พันธ์พนม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท โปรแมนเนจเม้นท์ (APM) ในฐานะที่ปรึกษาการเงินในการนำหุ้น LDC เข้าซื้อขายในตลาด mai กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้หุ้น LDC ได้รับความนิยมราคาชนซิลลิ่ง 2 วันติดต่อกัน (วันที่ 23 ก.ย.) นั้น น่าจะเป็นเพราะนักลงทุนให้ความสนใจกับรูปแบบธุรกิจในการเป็นคลินิกทันตกรรม ซึ่งไม่เคยมีรูปแบบธุรกิจนี้เข้าตลาดหุ้นมาก่อน ประกอบกับนักลงทุนมีความเชื่อมั่นกับภาวะตลาดหุ้นมากขึ้นภายหลังการเมืองมีความชัดเจน

ล่าสุดวันที่ 4 ก.ย. ราคาหุ้น LDC เปิดที่ 6.50 บาท ก่อนที่จะถูกเทขายออกมาอย่างรุนแรงและรวดเร็วจนกดราคาลงไปลึกที่สุดที่ 5 บาท ก่อนฟื้นตัวมาปิดที่ระดับ 5.35 บาท ลดลง 0.50 บาท คิดเป็น 8.55% ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายมากถึง 1,470 ล้านบาท ปริมาณ 262 ล้านหุ้น สะท้อนถึงการเก็งกำไรหนักยิ่งขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับวันแรกที่หุ้นเข้าซื้อขายใน mai มีมูลค่าการซื้อขายจำนวน 630 ล้านบาท และวันที่ 2 จำนวน 136 ล้านบาท ขณะที่บริษัทเสนอขายหุ้นไอพีโอทั้งหมด 120 ล้านหุ้นเท่านั้น

นายสมภพ กล่าวว่า APM ได้เซ็นสัญญาเป็นที่ปรึกษาทางการเงินในการนำบริษัท เค.ซี.เมททอลชีท (KCM) เข้าจดทะเบียนใน mai โดยจะยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ในเดือน ก.ย.นี้ และคาดว่าจะเข้าซื้อขายภายในปีนี้ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาแบบไฟลิ่งจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ด้วย

KCM ดำเนินธุรกิจจำหน่ายหลังคาเหล็กเมททอลชีท ภายใต้แบรนด์ “รถถัง” จะเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวน 200 ล้านหุ้น คิดเป็น 29.41% ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด มีวัตถุประสงค์จะนำเงินที่ได้ไปขยายสาขา ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 20 สาขา กระจายในพื้นที่ภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ

นายนิพนธ์ เจริญกิจ กรรมการผู้จัดการ KCM กล่าวว่า เงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปใช้เพื่อขยายสาขาเพิ่ม และทำให้บริษัทมีเงินทุนสนับสนุนการเติบโตของบริษัทในอนาคต และทำให้รายได้แตะระดับ 1,000 ล้านบาท ใน 12 ปีข้างหน้านี้ จากปี 2556 มีรายได้ 830 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน