posttoday
เขตเศรษฐกิจมาเลเซียวิถีกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค

เขตเศรษฐกิจมาเลเซียวิถีกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค

04 กันยายน 2557

มาเลเซียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มุ่งเน้นการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

มาเลเซียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มุ่งเน้นการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค รัฐบาลมาเลเซียเลือกพื้นที่ในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ 5 พื้นที่ สำหรับพัฒนาเป็นระเบียงเศรษฐกิจของประเทศ โดยได้ให้สิทธิประโยชน์พิเศษในอัตราที่สูงกว่าปกติ เพื่อสร้างบรรยากาศการลงทุน และเป็นการวางแผนระยะยาวในการพัฒนาประเทศเข้าสู่ประเทศที่มีรายได้สูง

พื้นที่ที่ได้รับเลือกเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ 5 แห่ง ตั้งอยู่ทั้งในฝั่งมาเลเซียตะวันตก 3 พื้นที่และฝั่งมาเลเซียตะวันออก 2 พื้นที่ ได้แก่ เขตเศรษฐกิจอิสกันดาร์ (Iskandar) อยู่ในรัฐยะโฮร์ ตอนใต้ฝั่งมาเลเซียตะวันตก ตั้งขึ้นในปี 2549 โดยจัดตั้งเป็นพื้นที่แรกในระเบียงเศรษฐกิจ 5 แห่ง เน้นพัฒนาการบริการที่ใช้แรงงานวิชาชีพ ได้แก่ ด้านความคิดสร้างสรรค์ การศึกษา สุขภาพ โลจิสติกส์ ด้านการท่องเที่ยวและสันทนาการและด้านธุรกรรมทางการเงิน อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานมีทักษะ เช่น ปิโตรเคมีและไบโอดีเซล อิเล็กทรอนิกส์ การแปรรูปอาหาร

เขตเศรษฐกิจแนวระเบียงตอนเหนือ (Koridor Utara) อยู่ทางตอนเหนือของฝั่งมาเลเซียตะวันตก ตั้งขึ้นในปี 2550 เน้นพัฒนาภาคการเกษตร อุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว เขตเศรษฐกิจชายฝั่งตะวันออก (East Coast) ตั้งอยู่ชายฝั่งตะวันออกของมาเลเซียตะวันตก ตั้งขึ้นในปี 2551 เน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ ปิโตรเคมี การท่องเที่ยว การศึกษา

เขตเศรษฐกิจซาราวัก (Sarawak) อยู่ทางตอนใต้ของมาเลเซียตะวันออก ตั้งขึ้นในปี 2551 เน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับน้ำมัน เหล็ก กระจก อะลูมิเนียม และวิศวกรรมทางน้ำ เขตเศรษฐกิจซาบาห์ (Sabah) อยู่ทางตอนเหนือของมาเลเซียตะวันออก ตั้งขึ้นในปี 2550 เน้นการพัฒนาด้านเกษตรกรรม เทคโนโลยีชีวภาพ การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์

ปัจจุบันเขตเศรษฐกิจอิสกันดาร์ถือเป็นเขตเศรษฐกิจสำคัญและมีแนวโน้มการเติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากอยู่ทางตอนใต้สุดของคาบสมุทรอินโดจีนติดกับประเทศสิงคโปร์

สำหรับผลการดำเนินการลงทุนในเขตเศรษฐกิจอิสกันดาร์จนถึงปี 2557 มีมูลค่าประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท ภาคอุตสาหกรรมมีการลงทุนสะสมสูงสุด 36% รองลงมาคืออสังหาริมทรัพย์ 25% และภาคอื่นๆ เช่น การท่องเที่ยว การบริการ การศึกษา เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และโลจิสติกส์ 33% นักลงทุนส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนในประเทศคิดเป็น 60% ที่เหลือเป็นนักลงทุนต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ สเปน ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

สมพร สิริโปราณานนท์ ประธานหอการค้า จ.สงขลา เปิดเผยว่า เขตเศรษฐกิจพิเศษของมาเลเซียอยู่ติดกับชายแดนไทยทั้งทางฝั่งด่านสะเดาซึ่งติดกับรัฐเคดาร์และด่านปาดังเบซาร์ติดกับรัฐปะลิส ซึ่งในส่วนที่ติดกับฝั่งสะเดา มีการส่งเสริมอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร โรงงานยางพารา ด้านพื้นที่ที่ติดอยู่กับด่านปาดังเบซาร์เน้นการขนถ่ายสินค้า คลังสินค้า และมีเขตอุตสาหกรรมฮาลาล

ทั้งนี้ หากพิจารณาในแง่นักลงทุนไทยยังเข้าไปลงทุนในมาเลเซียน้อย เพราะนักลงทุนไทยสนใจไปลงทุนพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสานมากกว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะประเทศเพื่อนบ้านทางภาคเหนือและอีสานยังมีความเจริญน้อยกว่าฝั่งไทย ผู้ประกอบการไทยจึงมีโอกาสและศักยภาพสูงกว่า ขณะที่ทางภาคใต้มาเลเซียพัฒนาก้าวหน้าไปมากกว่าไทย การแข่งขันค่อนข้างสูง

สำหรับจุดดึงดูดการลงทุนของมาเลเซียมาจากระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพดีกว่าของไทยมาก ระบบการอนุญาตต่างๆ มีการให้บริการแบบจุดเดียวครบวงจรและรวดเร็ว

“เมื่อต้องแข่งขันกันดึงดูดการลงทุน ไทยสามารถศึกษาประเทศเพื่อนบ้านที่เกิดก่อนได้ โดยดูว่าเพื่อนบ้านยังขาดอะไรแล้วไทยก็เข้าไปเสริมในจุดนั้น เพื่อสร้างความแตกต่าง ส่วนสิทธิประโยชน์ต้องโดนใจนักลงทุน ไม่อย่างนั้นนักลงทุนจะไม่มาฝั่งไทย เพราะมาเลเซียเจริญกว่าไทยมากในสายตาต่างชาติ”

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน