posttoday
ปูทางค้าไมย-พม่า สนข.เร่งดันโครงสร้างพื้นฐาน

ปูทางค้าไมย-พม่า สนข.เร่งดันโครงสร้างพื้นฐาน

04 กันยายน 2557

การค้าชายแดนระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้านทวีความสำคัญมากขึ้นทุกขณะ โดยเฉพาะการค้าชายแดนไทยพม่า

โดย...วงศ์สุภัทร์ คงสวัสดิ์

การค้าชายแดนระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้านทวีความสำคัญมากขึ้นทุกขณะ โดยเฉพาะการค้าชายแดนไทยพม่า ที่มูลค่าการค้าพุ่งขึ้นต่อเนื่องทุกปี โดยปัจจุบันมูลค่าการค้าชายแดนสอง ประเทศ 1.9 แสนล้านบาท คิดเป็น 21% ของการค้าชายแดนรวม

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่มีส่วน เกื้อหนุนให้การค้าชายแดนเติบโต ต่อเนื่อง คือ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ล่าสุดสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ลงพื้นที่ชายแดนไทยพม่า สำรวจและพิจารณาความพร้อมการลงทุนโครงสร้างการขนส่งให้พร้อมรองรับการค้าการลงทุนที่จะเพิ่มขึ้น

พีระพล ถาวรสุภเจริญ ผู้อำนวยการ สนข. ระบุว่า เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน จะเห็นว่าเส้นทางขนส่งทางบกที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงการค้า ของ 4 ประเทศ คือ เส้นทาง EastWest Economic Corridor ที่เริ่มต้นจากท่ามะละแหมงในพม่าตัดผ่านเข้าไทยทางด่านชายแดนแม่สอด จ.ตากพิษณุโลกขอนแก่นมุกดาหาร ข้ามเข้าเมืองสะหวันนะเขต ประเทศลาว ผ่านเข้าเมืองลาวบาวของเวียดนาม ก่อนออกสู่ทะเลจีนใต้ที่ท่าเรือดานัง เวียดนาม

“ไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาเส้นทางการค้าไทยพม่า โดยเฉพาะจากด่านแม่สอดไปยังเมือง มะละแหมง ซึ่งจะเป็นจุดที่ส่งต่อไปสินค้ายังท่าเรือย่างกุ้งออกอ่าวเบงกอลและมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทใหญ่ของไทย คือ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย ได้เข้ามาลงทุนและวางแผนการผลิตสินค้าใกล้ท่าเรือมะละแหมง” พีระพล บอก

โดยปัจจุบันรัฐบาลไทยเร่งรัดลงทุนถนนสำหรับขนส่งสินค้าจากพิษณุโลกไปยังด่านชายแดนแม่สอดเมียวดี และมีแผนจะขยายเส้นทางนี้เป็น 4 ช่องจราจร พร้อมทั้งมีแผนก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเมยแห่งที่ 2 เพื่อรองรับการขยายตัวทางการค้าบริเวณด่านชายแดนไทยพม่าแถบนี้ ที่มีอัตราเติบโตกว่า 10% ต่อปี

นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังได้ให้ความช่วยเหลือรัฐบาลพม่าในการพัฒนาเส้นทางการก่อสร้างถนนจากเมืองเมียวดีหรือท่าตอนมาถึงเมืองกอกะเร็ก และจากเมืองกอกะเร็กมาถึงท่าเรือมะละเเหมง ระยะทาง 120 กิโลเมตร ซึ่งช่วยลดระยะเวลาการขนส่งสินค้าจากชายแดนพม่าเข้าสู่ท่าเรือมะละแหมงเหลือไม่เกิน 24 ชั่วโมง และหากพม่าพัฒนาเป็นท่าเรือน้ำลึกมะละแหมงแล้วเสร็จ คาดว่าจะสามารถช่วยเอื้อ ต่อการขนส่งสินค้าจากฝั่งตะวันออกตะวันตกของไทยเชื่อมโยงสู่ประเทศที่ 3 ได้สะดวกขึ้น

ในขณะที่ยุทธศาสตร์การพัฒนาในพม่า พีระพล บอกว่า พม่าให้ความสำคัญในการพัฒนาท่าเรือหลายแห่ง เช่น ท่าเรือในแม่น้ำสาละวินออกไปปากอ่าวเบงกอลระยะทาง 70 กิโลเมตร ท่าเรือเจียวเพียวใกล้กับบังกลาเทศ เร่งการพัฒนาท่าเรือติละวา ท่าเรือทวาย ตลอดจนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพื้นที่ 1.4 หมื่นไร่ และพัฒนาพื้นที่เพื่อรองรับการลงทุนอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ครบวงจรในพม่า

อโณทัย ถึกเกิด ผู้จัดการด้านโลจิสติกส์ บริษัท เอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ บอกว่า พม่ามีการตื่นตัวลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนส่งอย่างมากเพี่อรองรับ เออีซี และเพื่อสนับสนุนการขนส่งสินค้าแถบชายแดนไทยพม่าบริเวณแม่สอด พม่าเร่งพัฒนาท่าเรือมะละแหมงและเส้นทางที่เชื่อมจากชายแดนไทยพม่าไปยังท่าเรือ ซึ่งเอสซีจีเห็นศักยภาพตรงนี้ จึงเริ่มมาลงทุนตั้งโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากเมืองมะละแหมงประมาณ 60 กิโลเมตร โดยได้รับสัมปทานเป็นเวลา 90 ปี

“บริษัทก็ได้ให้ความสำคัญกับพม่า และได้มีการส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลอยู่ในหลายส่วน ทั้งในด้านโรงงาน การตลาด รวมถึงทางด้านการขนส่ง ซึ่งต้องยอมรับว่าค่าขนส่งในพม่าสูงกว่าไทยถึง 2-3 เท่าตัว เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานยังไม่พร้อม ถนนรับน้ำหนักบรรทุกได้ไม่มาก ทำให้รถขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ เช่น รถเทรลเลอร์ไม่สามารถวิ่งได้ จึงต้องขนส่งโดยใช้รถ 2 ล้อ รถปิกอัพ และขนส่งทางเรือ” อโณทัย กล่าว

อโณทัย ทิ้งท้ายว่า เอกชนมองว่าการลงทุนและ ค้าขายกับพม่าเป็นโอกาสสำหรับคนไทยอย่างมาก และหวังว่าในอนาคตจะมีบริษัทไทยเข้ามาลงทุนทำธุรกิจทั้งในหัวเมืองมอญ เมืองย่างกุ้ง ซึ่งผู้คนแถบนี้ คุ้นเคยกับคนไทยและมีวิถีชีวิต วัฒนธรรมคล้ายๆ กัน แม้ว่าการเข้ามาลงทุนจะมีอุปสรรคข้อกฎหมายและระเบียบต่างๆ อยู่บ้างก็ตาม

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน