
ชี้ช่องลงทุนแดนมังกรโอกาสในเขตการค้าเสีรี
แม้ระยะหลังจีนจะส่งเสริมผู้ประกอบการของตัวเองไปลงทุนในต่างประเทศเพิ่มขึ้น แต่ในมุมของผู้ประกอบการชาติอื่นที่ต้องการไปลงทุนในจีนก็ยังไม่ได้ลดลงไปเท่าใดนัก
แม้ระยะหลังจีนจะส่งเสริมผู้ประกอบการของตัวเองไปลงทุนในต่างประเทศเพิ่มขึ้น แต่ในมุมของผู้ประกอบการชาติอื่นที่ต้องการไปลงทุนในจีนก็ยังไม่ได้ลดลงไปเท่าใดนัก
ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร อัครราชทูตฝ่ายการพาณิชย์ สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงปักกิ่ง บอกว่า การลงทุนของไทยในจีนมีแนวโน้มสูงขึ้นเนื่องจากเศรษฐกิจจีนเติบโตอย่างต่อเนื่อง สำหรับแนวทางการลงทุนในจีนนั้นมีหลากหลายรูปแบบ หากสนใจเขตเศรษฐกิจพิเศษซึ่งเป็นกลไกที่จีนผลักดันมาตั้งแต่เมื่อ 30 ปีที่แล้ว ก็ต้องเริ่มจากพิจารณาอุตสาหกรรมที่ตัวเองสนใจเข้าไปลงทุน เพราะปัจจุบันจีนมีเขตเศรษฐกิจพิเศษอยู่หลายสิบแห่งทั่วประเทศและกระจัดกระจายออกไป เช่น เสิ่นเจิ้น เซี่ยงไฮ้ หรือเมืองทางภาคตะวันออกของจีน
“หากสนใจคลัสเตอร์ยานยนต์ก็มีพื้นที่สนับสนุนกระจายอยู่มากถึง 67 แห่ง ถ้าลงทุนในนั้นก็จะช่วยลดต้นทุนและเวลาการขนส่งได้มาก บางรายต้องการอาหารสัตว์ก็ต้องไปลงทุนในภาคอีสานของจีนแถบมณฑลจี๋หลิน ถ้าต้องการอ้อยและน้ำตาลก็มีที่กว่างสี”
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันจีนกำลังมี “พระเอกใหม่” คือเขตการค้าเสรี (Free Trade Zone) ในเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเริ่มต้นเปิดตัวเมื่อช่วงเดือน ก.ย. 2556
ที่นี่ตั้งอยู่บนพื้นที่ 28.78 ตร.กม. ในเขตผู่ตงของเซี่ยงไฮ้ มีลักษณะพิเศษ คือ ให้สิทธิประโยชน์ที่มากกว่าเขตปลอดภาษี จีนต้องการให้พื้นที่มีความเสรีเสมือนไม่ได้ตั้งอยู่ในจีน เพราะ เปิดให้แลกเปลี่ยนเคลื่อนย้ายเงินลงทุนซึ่งเป็นเงินตราต่างประเทศได้อย่างเสรี สามารถนำบุคลากรต่างชาติเข้ามาทำงานในพื้นที่ เคลื่อนย้ายสินค้าเข้าออกได้ภายใน 324 ชั่วโมง
ไพจิตรบอกว่าผู้ที่จะลงทุนในเขตดังกล่าวได้ต้องไม่ได้ดำเนินกิจการในรายการธุรกิจต้องห้าม (Negative List) ซึ่งประกอบด้วย 20 หมวดธุรกิจหลัก มากกว่า 1,000 สาขาธุรกิจ แตกต่างจากการลงทุนนอกเขตดังกล่าว ที่ต้องดูจาก รายการธุรกิจที่อนุญาต (Positive List)
ตัวอย่างธุรกิจต้องห้าม เช่น ธุรกิจการเกษตร ป่าไม้ เลี้ยงสัตว์ และการประมง อุตสาหกรรมเหมืองแร่ อุตสาหกรรมการค้าส่งและค้าปลีก อุตสาหกรรมการขนส่ง อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะสำหรับตลาดระดับบน อุตสาหกรรมการศึกษา
นอกจากนี้ ยังมีการผ่อนคลายกฎระเบียบให้ต่างชาติเข้ามาถือหุ้นใน 6 อุตสาหกรรม 19 สาขาบริการ เช่น บริการด้านกฎหมาย การตรวจสอบสินเชื่อ การจัดการด้านลงทุน บริการด้านการรักษาสุขภาพ
ข้อมูลจากสำนักงานศุลกากรของจีน ระบุว่า ในปี 2556 เขตการค้าเสรีเซี่ยงไฮ้ให้บริการธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศมูลค่ากว่า 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 3% ของมูลค่าการค้าโดยรวมของจีน
ทั้งนี้ จีนลุยเขตการค้าเสรีดังกล่าวเพราะความต้องการหลายด้าน ได้แก่ 1.เตรียมความพร้อมสู่ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี 2.ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ 3.เป็นศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศ และ 4.ได้รับนวัตกรรมใหม่ๆ และก่อประโยชน์ต่างๆ ต่อสังคม
เขตการค้าเสรีดังกล่าว คาดว่าจะนำไปสู่ความหลากหลายของรูปแบบธุรกิจ สินค้า และบริการใหม่ที่มีคุณภาพดีขึ้น จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่จะหาช่องทางเข้าไปดำเนินธุรกิจในจีน
อย่างไรก็ดี สำหรับผู้ที่เคยมีการค้าการลงทุนกับจีนอยู่แล้ว ต้องปรับแนวคิดของตัวเองในตลาดจีนด้วย โดยไพจิตรย้ำว่า “ปัจจัยด้านราคาไม่ใช่สิ่งที่สินค้าไทยจะได้เปรียบในระยะยาว ผู้ประกอบการต้องปรับตัวนำคุณภาพมาสู้ในตลาดจีนมากขึ้น”







