posttoday
ขับรถหน้าฝนอย่างปลอดภัย

ขับรถหน้าฝนอย่างปลอดภัย

03 กันยายน 2557

ฤดูฝนนี้สภาพการจราจรและการเดินทางของผู้ขับขี่ต้องเผชิญกับความท้าทายหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ทัศนวิสัยแย่ พื้นผิวถนนเปียกลื่น สิ่งกีดขวางที่มองไม่เห็น และน้ำท่วมขังบนถนน ซึ่งแม้รถยนต์รุ่นไหนยี่ห้อใดก็ตามที่มีความทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน ก็ยังไม่สามารถรับรองความปลอดภัยด้านการขับขี่ได้ 100% ในสภาพอากาศที่ย่ำแย่

ฤดูฝนนี้สภาพการจราจรและการเดินทางของผู้ขับขี่ต้องเผชิญกับความท้าทายหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ทัศนวิสัยแย่ พื้นผิวถนนเปียกลื่น สิ่งกีดขวางที่มองไม่เห็น และน้ำท่วมขังบนถนน ซึ่งแม้รถยนต์รุ่นไหนยี่ห้อใดก็ตามที่มีความทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน ก็ยังไม่สามารถรับรองความปลอดภัยด้านการขับขี่ได้ 100% ในสภาพอากาศที่ย่ำแย่

ดังนั้นเกร็ดความรู้ข้อแนะนำ โดย บริษัทเชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) ดังต่อไปนี้ น่าจะช่วยให้เพิ่มความปลอดภัยขณะขับขี่ในสภาวะอากาศไม่เป็นใจในฤดูฝนได้ เพราะความปลอดภัยเกิดขึ้นได้จากพฤติกรรมการขับขี่นอกเหนือจากเทคโนโลยีในรถ

เริ่มต้นที่ การเพิ่มทัศนวิสัยการขับขี่ โดยการตรวจสอบสภาพใบปัดน้ำฝนให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน พร้อมการเปิดไฟหน้าซึ่งจะช่วยให้เพิ่มทัศนวิสัยการขับขี่ได้ทั้งตัวคุณเองและผู้ขับขี่รถยนต์คันอื่น ดังนั้นจึงควรเปิดไฟหน้าและไฟตัดหมอกเมื่ออยู่ในสภาพแสงน้อยและฝนตกหนักรวมถึงในสภาพอากาศย่ำแย่ ที่สำคัญไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉินขณะขับขี่ยกเว้นเมื่อต้องการจอดรถและต้องการให้รถคันอื่นหลบเลี่ยง

ตรวจสอบและเติมลมยางอย่างเหมาะสม ซึ่งแรงดันลมยางมากเกินไปจะทำให้รถเกิดการลอยตัวเมื่อเคลื่อนที่การสัมผัสระหว่างหน้ายางและพื้นถนนลดลงทำให้สูญเสียการยึดเกาะ ขณะที่ยางที่มีแรงดันลมน้อยเกินไปจะทำให้หน้ายางสัมผัสพื้นถนนมากเกินปกติซึ่งทำให้เกิดความเสี่ยงในการสูญเสียการควบคุมรถบนถนนที่มีน้ำขัง ดังนั้นควรตรวจสอบดอกยางอยู่เสมอให้อยู่ในสภาพดีไม่มีฉีกขาดหรือเสียหาย

ไม่ควรใช้ระบบควบคุมความเร็ว (ครูสคอนโทรล) เนื่องจากระบบจะทำหน้าที่ควบคุมความเร็วให้คงที่และเมื่อขับขี่ผ่านถนนที่มีน้ำขัง ระบบดังกล่าวจะตรวจจับว่ามีการชะลอความเร็วและจะเร่งเครื่องยนต์ขึ้น ซึ่งจะทำให้ยางเส้นใดเส้นหนึ่งหรือทั้งหมดสูญเสียการยึดเกาะถนน ส่งผลให้ผู้ขับขี่อาจไม่สามารถควบคุมรถได้

เพิ่มระยะการเบรกให้มากกว่าปกติ โดยผู้ขับขี่ควรลดความเร็วลงเมื่อขับผ่านถนนที่เปียกลื่นและเพิ่มระยะห่างระหว่างรถคันหน้ามากขึ้นอีกเท่าตัวเมื่อเทียบกับการขับบนถนนที่แห้งเพื่อการเบรกอย่างปลอดภัย ซึ่งสามารถลดโอกาสการสูญเสียการควบคุมรถบนถนนที่มีน้ำขัง หากรถสูญเสียการควบคุมบนถนนที่มีน้ำขัง ควรลดความเร็วลงด้วยการผ่อนคันเร่งโดยไม่ต้องเหยียบเบรก หากรถเริ่มลื่นไถลควรควบคุมพวงมาลัยไปในทิศทางที่ต้องการให้รถมุ่งไปจนกว่ารถจะกลับคืนสู่สภาวะปกติ

การขับรถผ่านถนนที่มีน้ำท่วมขัง ซึ่งหากไม่สามารถหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าวได้ ก็ควรตรวจสอบว่ารถของคุณสามารถขับขี่ผ่านระดับน้ำได้สูงเท่าใด เพราะจะมองไม่เห็นสิ่งกีดขวางที่อยู่บนถนนหรือสภาพถนน และควรเพิ่มความระมัดระวังเมื่อขับขี่บนถนนที่ไม่คุ้นเคยจากหลุมลึกที่รถอาจผ่านไปไม่ได้ นอกจากนั้นควรขับใกล้กับกึ่งกลางของถนนระดับน้ำจะต่ำสุด ใช้เกียร์ต่ำรักษาความเร็วให้คงที่ ไม่ควรถอนคันเร่งเนื่องจากเครื่องยนต์ที่ลดความเร็วจะทำให้น้ำเข้าท่อไอเสีย

พร้อมกันนี้ ควรขับขี่อย่างนุ่มนวลและหลีกเลี่ยงการเบรกหรือหักเลี้ยวพวงมาลัยกะทันหัน เพราะอาจทำให้รถเสียการทรงตัว ควรเบรกก่อนเข้าโค้งและเหยียบคันเร่งออกจากโค้งอย่างนุ่มนวล ควรเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าหรือขับรถผ่านน้ำท่วมขังทีละคันเพื่อป้องกันการหยุดรถกลางถนนหากรถคันหน้าชะลอความเร็ว ควรระมัดระวังว่าไม่มีรถที่ขับมาจากเส้นทางอื่นเนื่องจากคลื่นของน้ำอาจท่วมรถได้ โดยเฉพาะถ้ารถคันอื่นใช้ความเร็วสูงเกินไป ซึ่งหลังจากขับผ่านถนนที่มีน้ำท่วมขังแล้ว ควรเหยียบเบรกไล่น้ำออกจากระบบและจอดรถเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีเศษขยะติดอยู่ที่กระจังหน้าหรือหม้อน้ำ

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะขับขี่ในสภาพอากาศใดผู้ขับขี่ต้องควบคุมพวงมาลัยเสมอ สุดท้ายควรตรวจสภาพรถเบื้องต้นก่อนขับขี่ช่วยสร้างความมั่นใจ

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร