posttoday
ญี่ปุ่นชี้อย่าเล่นสงครามเบี้ย

ญี่ปุ่นชี้อย่าเล่นสงครามเบี้ย

03 กันยายน 2557

รับมือเปิดเสรีเบี้ยรถจะได้ไม่คุ้มเสียแนะปรับปรุงบริการทำธุรกิจยั่งยืน

รับมือเปิดเสรีเบี้ยรถจะได้ไม่คุ้มเสียแนะปรับปรุงบริการทำธุรกิจยั่งยืน

สมาคมประกันวินาศภัยญี่ปุ่นเตือนตัดราคาเบี้ยรถยนต์หลังเปิดเสรี แนะปรับบริการ ทำธุรกิจระยะยาวรับลูกค้า

นายคาสุมาสะ ฟุคาดะ กรรมการผู้จัดการ สมาคมประกันวินาศภัยแห่งประเทศญี่ปุ่น (GIAJ) เปิดเผยภายหลังการสัมมนา ISJ Overseas Seminar 2014 ว่า

ครั้งที่ 4 ที่ประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) และ สมาคมประกันวินาศภัยไทย ในฐานะที่ญี่ปุ่นมีประสบการณ์ด้านการทำประกันภัยรถยนต์ และมีเบี้ยประกันภัยรถยนต์เกินกว่า 50% ของเบี้ยทั้งระบบ ซึ่งคล้ายกับตลาดประกันภัยในไทย

ทั้งนี้ ญี่ปุ่น มีประสบการณ์ในการเปิดเสรีเบี้ยประกันภัยรถยนต์เมื่อปี 2541 โดยก่อนที่จะเปิดได้ศึกษาการเปิดเสรีเบี้ยรถยนต์จากทางยุโรป สหรัฐอเมริกา พบว่า หลังการเปิดเสรี จะมีการแข่งขันตัดราคาเบี้ยอย่างรุนแรง ทำให้หลายบริษัทล้มละลาย เพราะไม่สามารถบริการสินไหมแก่ประชาชนได้

ทุกประเทศต้องระวังเรื่องการแข่งขันตัดราคาเบี้ยประกันอย่างรุนแรง หลังจากมีการเปิดเสรีค่าเบี้ยประกัน ซึ่งในอนาคตไทยก็มีแนวโน้มที่จะพัฒนาไปสู่การเปิดเสรีเบี้ยประกันภัยรถยนต์ด้วย

“หลังการเปิดเสรีเบี้ยรถยนต์ที่ยุโรปและสหรัฐ พบว่าจะมีการแข่งขันตัดราคาเบี้ยอย่างรุนแรง ทำให้หลายบริษัทล้มละลาย เพราะไม่สามารถบริการสินไหมแก่ประชาชน จึงไม่อยากให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ไทยอีก เพราะในช่วงแรกอาจจะทำให้บริษัทประกันเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ในระยะยาวแล้วจะไม่ส่งผลดีต่อภาพรวมของอุตสาหกรรม ทั้งตัวบริษัทประกันและลูกค้า” นายคาสุมาสะ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ที่ญี่ปุ่นได้ป้องกันปัญหาดังกล่าว ด้วยการตั้งหน่วยงานที่ทำหน้าที่คำนวณอัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์อ้างอิง เพื่อให้ทุกบริษัททราบราคาที่เหมาะสม ไม่ใช่ราคาถูกจนทำให้บริษัทมีปัญหาด้านการเงิน และบริการลูกค้าไม่ได้ ขณะเดียวกันก็ไม่ได้แพงจนทำให้ประชาชนรับไม่ได้ เพราะประชาชนในทุกประเทศที่มีการเปิดเสรีทางการค้า มีการคาดหวังสูงที่จะได้รับราคาที่ถูกลง และบริการที่ดีขึ้น แต่บริษัทประกันภัยจะต้องหาแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำธุรกิจภายใต้ต้นทุนที่มีอยู่ให้คุ้มค่า

สำหรับแนวทางที่จะให้บริการได้หลังเปิดเสรี คือ ต้องสร้างเครือข่ายที่กว้างขวางเพื่อรองรับความต้องการของประชาชนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะต้องนำระบบเทคโนโลยีเข้ามาช่วย และต้องทำให้การบริการมีประสิทธิภาพภายใต้ต้นทุนที่มีอยู่จำกัด ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการควบรวมกิจการเพื่อให้ธุรกิจมีความเข้มแข็ง สามารถทำธุรกิจต่อไปได้อย่างยั่งยืน

“เราคาดว่าการควบรวมกิจการจะเกิดขึ้นในประเทศไทยแน่นอน เหมือนกับที่ญี่ปุ่นเคยเกิดมาแล้ว ทำให้บริษัทญี่ปุ่นที่เคยมีจำนวนมากเหลือยักษ์ใหญ่ 10 ราย และมีผู้นำด้านประกันภัยรถยนต์ 3 รายเท่านั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกบริษัทต้องควบรวม ยังมีบริษัทที่ปรับตัวเอง ด้วยการหันไปทำตลาดเฉพาะและอยู่อย่างเล็กๆ ก็สามารถอยู่ได้” นายคาสุมาสะ กล่าว

นายคาสุมาสะ กล่าวว่า ตลาดประกันภัยไทยมีโอกาสเติบโตอีกมาก เมื่อดูจากมูลค่าเบี้ยประกันภัยในปัจจุบันที่ยังต่ำ ประกอบกับการจะเปิดประชาคมอาเซียน ทำให้โอกาสทางธุรกิจประกันภัยไทยมีสูง

นายนพดล สันติภากรณ์ เลขาธิการ สมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า การเปิดเสรีเบี้ยประกันภัยจะไม่เปิดแบบไร้กฎเกณฑ์ จะมีการกำหนดราคาอ้างอิงโดยหน่วยงานอิสระ คปภ.จะไม่ได้เป็นผู้กำหนดพิกัดอัตราเบี้ยประกันภัยเหมือนปัจจุบัน

“การแข่งขันด้านราคาเบี้ยจะต้องอยู่ภายใต้ราคาอ้างอิงที่กำหนดขึ้น ซึ่งของไทยมีสำนักงานอัตราเบี้ยประกันภัย เป็นผู้จัดทำ ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ การคิดเบี้ยต้องอยู่ภายใต้ปัจจัยต่างๆ ที่สมเหตุสมผล และพิสูจน์ได้ด้วยคณิตศาสตร์ประกันภัย” นายนพดล กล่าว

น.ส.วสุมดี วสีนนท์ ผู้ช่วยเลขาธิการสายพัฒนามาตรฐานการกำกับ คปภ. กล่าวว่า ทางคปภ.และธุรกิจประกันวินาศภัยไทย มีความเห็นร่วมกันที่ต้องการจะเป็นศูนย์กลางด้านประกันภัยรถยนต์ในอาเซียน เพราะมีความเป็นผู้นำในด้านดังกล่าว

ทั้งนี้ จะมีการช่วยประเทศอาเซียนด้านข้อมูล และกฎระเบียบต่างๆ เพื่อช่วยเพื่อนบ้านพัฒนาตลาดประกันภัยรถยนต์ ซึ่งปัจจุบันบริษัทประกันภัยไทยได้เข้าไปร่วมทุนทำธุรกิจประกันภัยในประเทศกัมพูชา ลาว และเวียดนามแล้ว

"เราจะให้การสนับสนุนเพื่อนบ้านด้านการทำวิจัย การกำกับดูแลกิจการที่ดี คุณภาพด้านการบริหาร การบริการ การตอบสนองความต้องการของตลาด"น.ส.วสุมดี กล่าว

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร