posttoday
รังใหม่ของนกสีฟ้า

รังใหม่ของนกสีฟ้า

02 กันยายน 2557

การเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วของอินโดนีเซีย กลายเป็นแม่เหล็กสำคัญให้บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกตบเท้าเข้ามาเปิดสำนักงานเพื่อเกาะติดตลาดสำคัญให้อยู่หมัด ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ ทวิตเตอร์ เครือข่ายสังคมออนไลน์ชื่อดัง ประกาศแผนจะเปิดออฟฟิศในกรุงจาการ์ตาภายใน 36 เดือนข้างหน้า

การเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วของอินโดนีเซีย กลายเป็นแม่เหล็กสำคัญให้บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกตบเท้าเข้ามาเปิดสำนักงานเพื่อเกาะติดตลาดสำคัญให้อยู่หมัด ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ ทวิตเตอร์ เครือข่ายสังคมออนไลน์ชื่อดัง ประกาศแผนจะเปิดออฟฟิศในกรุงจาการ์ตาภายใน 36 เดือนข้างหน้า

การปักหมุดรอบนี้ ถือเป็นสำนักงานแห่งที่ 2 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของทวิตเตอร์ หลังเปิดออฟฟิศที่สิงคโปร์ไปเมื่อปีที่แล้วโดยสำนักงานในจาการ์ตานั้น อดัม เบน ประธานฝ่ายรายได้และพาร์ตเนอร์ชิพส์ของทวิตเตอร์ ระบุว่า จะมีทีมงานฝ่ายพัฒนาธุรกิจและฝ่ายขายเป็นหลัก

ผู้บริหารของเครือข่ายสังคมออนไลน์ระดับโลก พูดถึงเหตุผลที่เลือกผุดออฟฟิศใหม่ที่นี่ว่า ตัดสินใจเลือกอินโดนีเซียเพราะจำนวนผู้ใช้บริการและความนิยมใช้ทวิตเตอร์ของคนที่นี่

ปัจจุบัน ทวิตเตอร์มีผู้ใช้บริการจริงทั่วโลกอยู่ราว 271 ล้านคน และในรายงานของทวิตเตอร์ประจำปี 2556 ระบุว่า อินโดนีเซียเป็นตลาดใหญ่อันดับ 5 ของบริษัท ด้วยจำนวนผู้ใช้บริการ 29 ล้านคน รองจากสหรัฐ บราซิล ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักร

ในมุมมองของบรรดานักวิเคราะห์ เห็นว่าตลาดเกิดใหม่ที่โตเร็วแบบอินโดนีเซียถือเป็นเป้าหมายสำคัญของทวิตเตอร์ที่กำลังหาช่องทางเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการและรายได้โฆษณาในต่างประเทศ เพราะที่ผ่านมาแม้ว่าบริษัทมีจำนวนผู้ใช้บริการนอกสหรัฐประมาณ 75% ของยอดทั้งหมด แต่รายได้จากต่างประเทศยังมีสัดส่วนน้อย

ผู้บริหารของทวิตเตอร์ ชี้ว่า บริษัทให้ความสำคัญกับธุรกิจทั่วโลกมาก โดยช่วง 1218 เดือนที่ผ่านมา ได้ทยอยเปิดสำนักงานในประเทศต่างๆมาเรื่อยๆ ขณะที่เอเชียแปซิฟิกเป็นตลาดที่ใหญ่และเติบโตเร็วที่สุดสำหรับทวิตเตอร์ และอินโดนีเซียก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ใช้บริการมากสุด

“เรามองว่าการเปิดออฟฟิศในต่างประเทศอย่างอินโดนีเซียจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องรายได้โฆษณาได้ เพราะจะมีพนักงานในตลาดท้องถิ่นที่จะช่วยให้ทวิตเตอร์ทำงานกับนักการตลาดและผู้โฆษณาได้ใกล้ชิดขึ้น”

สำหรับช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ ทวิตเตอร์มีรายได้พุ่งขึ้นถึง 122% เป็น 562.66 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่รายได้จากโฆษณารวมเพิ่มขึ้น 129% และรายได้จากโฆษณาจากตลาดนอกสหรัฐขยายตัวถึง 168% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว อย่างไรก็ตามแม้รายได้จะพุ่งขึ้นมาก แต่ทวิตเตอร์ก็ยังขาดทุนสุทธิอยู่ 277 ล้านเหรียญสหรัฐ

หากมองไปที่คู่แข่งเรื่องโฆษณาอย่างเฟซบุ๊ก ก็พบว่าเพิ่งเปิดออฟฟิศในจาการ์ตาไปเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งในตลาดนี้เฟซบุ๊กมีผู้ใช้บริการอยู่ราว 69 ล้านคน และบริษัทวิจัยประเมินว่าจำนวนผู้ใช้เฟซบุ๊กที่นี่เป็นรองแค่สหรัฐ อินเดีย และบราซิล เท่านั้น

ส่วนนักวิเคราะห์เชื่อว่า การขยายธุรกิจในอินโดนีเซียจะช่วยให้ทวิตเตอร์แข่งขันกับโซเชียลมีเดียอื่นๆ เช่น พาธ (Path) และอินสตาแกรม (Instagram) ที่ชาวอิเหนานิยมได้ดีขึ้น ซึ่งข้อมูลเดือน ก.พ.ปีนี้ พาธมีผู้ใช้บริการทั่วโลกมากกว่า 20 ล้านคน และประมาณ 20% อยู่ในอินโดนีเซีย

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน