
เทสต๊อกขายยางอีกแสนตัน
อสย.เผยเอกชน56รายเสนอซื้อยกล็อตเซ็นแล้วขายยี่ฟังเหลียน62.50บาท/กก.
อสย.เผยเอกชน56รายเสนอซื้อยกล็อตเซ็นแล้วขายยี่ฟังเหลียน62.50บาท/กก.
อ.ส.ย.เจรจาเอกชนโละสต๊อกยางที่เหลืออีก 1 แสนตัน เผยเซ็นซื้อขายยางล็อตแรก 62.50 บาท
นายชนะชัย เปล่งศิริวัธน์ ผู้อำนวยการองค์การสวนยาง (อ.ส.ย.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีบริษัทเอกชนทั้งบริษัทไทยและบริษัทต่างประเทศ โดยเฉพาะบริษัทจากจีน 56 ราย ได้เสนอราคาซื้อยางในสต๊อกของรัฐบาลที่เหลืออยู่ 1.1 แสนตัน ซึ่งขณะนี้ผู้รับผิดชอบอยู่ระหว่างเจรจาตกลงราคาและปริมาณซื้อขาย โดยเบื้องต้นราคาขายยางล็อตใหม่จะต้องไม่ต่ำกว่าราคาที่รัฐบาลขายให้เอกชนรายหนึ่งก่อนหน้านี้ ที่ตกลงซื้อยางจากสต๊อกรัฐบาลปริมาณ 1 แสนตัน ที่ราคา 62.50 บาท/กิโลกรัม
“การเสนอราคาและการเจรจากับเอกชนทางผู้ใหญ่กำชับว่าขอให้เป็นความลับ ซึ่งยางล็อตที่เหลือราคาขายต้องไม่ต่ำกว่าล็อตแรก” นายชนะชัย กล่าว
นายชนะชัย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา อ.ส.ย.ได้ลงนามซื้อขายยางกับบริษัทเอกชนที่เสนอราคาซื้อยางในโครงการเพิ่มศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพาราในปริมาณ 1 แสนตัน โดยราคาซื้อขายอยู่ที่ 62.50 บาท/กิโลกรัม ทำให้ยังเหลือยางในสต๊อกของรัฐบาลอีก 1.1 แสนตัน จากทั้งหมดที่รัฐได้ซื้อไว้ 2.1 แสนตัน โดยยางที่ขายดังกล่าวมีกำหนดส่งมอบให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน
“จะมีการส่งคณะกรรมการตรวจสอบคุณภาพยางเข้าตรวจสอบทุกโกดังตามระเบียบของคณะกรรมการบริหารโครงการ ก่อนส่งมอบให้เอกชนที่ชนะการเสนอราคา” นายชนะชัย ระบุ
แหล่งข่าวระบุว่า สำหรับบริษัทที่ทำสัญญาซื้อขายยาง 1 แสนตันจาก อ.ส.ย. คือ บริษัท ยี่ฟังเหลียน (Yifanglian) ที่จดทะเบียนในสิงคโปร์
ด้านแหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ไม่มีการติดต่อ จากจีนเพื่อขอซื้อยางจากไทย 1 ล้านตัน เนื่องจากประเทศผู้ใช้ยางรายใหญ่ เช่น จีน มีสต๊อกยางประมาณ 3 แสนตัน จึงไม่มีแรงซื้อมากจนดึงราคายางให้สูงขึ้น
นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานชุมนุมสหกรณ์เกษตรกรรมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เหตุที่ราคายางตกต่ำเป็นเพราะรัฐบาลระบายยางออกสู่ตลาด ทำให้พ่อค้าชะลอการซื้อ เพราะ คิดว่าราคาจะลงได้อีก ซึ่งยางเป็นสินค้า ที่เหมือนหุ้นถูกปั่นในตลาด โดยราคาจะวิ่งขึ้นเมื่อมีผู้ต้องการซื้อยางเพิ่มขึ้น
นายอุทัย กล่าวด้วยว่า จะส่งตัวแทนเกษตรกรและสมาคมที่เกี่ยวข้องกับยางพาราทั้งหมดเข้าพบนายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อยื่นข้อเสนอต่อ รมว.เกษตรฯ ให้แก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำใน 3 ประเด็น คือ 1.ให้ส่งเสริมตลาดซื้อขายยางจริงใน 3 จุด คือ ตลาดยางดิบซื้อขายที่ จ.ระยอง ตลาดซื้อขายยางก้อนที่ จ.บึงกาฬ และตลาดซื้อขายน้ำยางดิบที่ จ.สุราษฎร์ธานี 2.การตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์ยางอย่างใกล้ชิด และ 3.เร่งเบิกจ่ายงบและเงินกู้สนับสนุนการแปรรูปยาง 3 หมื่นล้านบาท







