
รอชมผลงาน
จากรายชื่อบรรดา รัฐมนตรีในรัฐบาลประยุทธ์ 1 หลายกระแสเสียงต่างขานรับกันด้วยดี ทั้งฟากฝั่งของนักวิชาการ และภาคเอกชน โดยเท่าที่เห็นต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ดูดี ไม่ขี้เหร่” โดยเฉพาะบรรดากระทรวงเศรษฐกิจ ทั้ง คลัง คมนาคม อุตสาหกรรม พลังงาน ท่องเที่ยว พาณิชย์
จากรายชื่อบรรดา รัฐมนตรีในรัฐบาลประยุทธ์ 1 หลายกระแสเสียงต่างขานรับกันด้วยดี ทั้งฟากฝั่งของนักวิชาการ และภาคเอกชน โดยเท่าที่เห็นต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ดูดี ไม่ขี้เหร่” โดยเฉพาะบรรดากระทรวงเศรษฐกิจ ทั้ง คลัง คมนาคม อุตสาหกรรม พลังงาน ท่องเที่ยว พาณิชย์
แม้ว่าบางกระทรวงจะมีทหารมานั่งเก้าอี้รัฐมนตรี แต่ก็จะมี รมช.ที่เป็นข้าราชการเก่ามาช่วยประกบดูแล เพื่อช่วยขับเคลื่อนงานให้เดินต่อไปได้ ซึ่งหลายคนก็คงแอบลุ้นแอบหวังว่าจะทำให้เกิด “การปฏิรูป” อย่างแท้จริงเสียที
ต้องยอมรับว่ากระทรวงที่คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจว่า “ใคร” จะเป็นผู้นำคนใหม่ ก็จะวนเวียนอยู่ที่กระทรวงเศรษฐกิจใหญ่ๆ เพราะการทำงานของกระทรวงเหล่านี้จะเห็นผลชัดเจน และรวดเร็ว สามารถตีค่าออกมาเป็น “ตัวเลข” ให้เห็น แถมกระทรวงเหล่านี้ยังมีอภิมหาโปรเจกต์มากมาย ที่อาจเห็นเป็น “รูปธรรม” ได้ง่ายกว่า
แต่อย่าลืมว่ายังมีอีกหลายกระทรวงที่แม้จะไม่ได้มีโครงการหวือหวา บางโครงการอาจต้องอาศัยเวลาดำเนินการอย่างต่อเนื่องหลายสิบปีกว่าจะเห็นผลเป็นรูปธรรม แต่ก็มีบทบาทต่อประเทศไม่ด้อยกว่ากัน เช่น กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงานฯ และกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ
ในความเป็นจริงแล้ว กระทรวงเหล่านี้ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งยวดสำหรับการพัฒนาประเทศก้าวต่อไป เพราะ “ทุนมนุษย์” ที่มีคุณภาพ ประกอบกับ “นวัตกรรม” ที่มีประสิทธิภาพ คือส่วนสำคัญที่จะช่วยยกระดับประเทศไทยให้หลุดพ้นจากกับดักการเป็นประเทศรายได้ปานกลาง
เมื่อมีความสำคัญแบบนี้แล้ว นอกจากจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอก็ต้องดูแลควบคุม “การใช้จ่าย” งบประมาณให้เหมาะสม และได้ประโยชน์สูงสุดด้วย
อย่างกรณีของกระทรวงศึกษาธิการถือเป็นหน่วยงานที่มีวงเงินงบประมาณสูงสุดประจำปีงบประมาณ 2558 หรือประมาณ 5.02 แสนล้านบาท และได้งบสูงทุกปี ก็อย่าปล่อยให้ใครต่อใครหยิบยกมาโจมตีได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า “ใช้เงินเยอะ แต่ผลิตผลน้อย” เพราะเมื่อวัดจากงบประมาณ กระทรวงจะอยู่ใน “แถวหน้า” แต่พอเหลียวกลับมาดูการจัดอันดับเด็กไทยในการวัดผลความสามารถระดับนานาชาติ กลับพบว่าหลายครั้งอยู่ใน “แถวหลัง” มากกว่า
ที่สำคัญและอยากจะเห็นในรัฐบาลชุดใหม่ก็คือ นอกจากทำงานโดดเด่นเป็นรายกระทรวงแล้ว อยากจะเห็นการทำงานเป็นทีม การทำงานแบบ “ประสานงาน” ไม่ใช่ “ประสานงา” ระหว่างหน่วยงาน ทั้งภายในกระทรวงและระหว่างกระทรวงด้วย
เชื่อว่าตอนนี้ทุกคนคงรอลุ้นว่า รัฐบาลใหม่จะมีผลงานสวยสมกับหน้าตาที่ว่ากันว่า “ดูดี” หรือไม่? n
รอชมผลงานจากรายชื่อบรรดา รัฐมนตรีในรัฐบาลประยุทธ์ 1 หลายกระแสเสียงต่างขานรับกันด้วยดี ทั้งฟากฝั่งของนักวิชาการ และภาคเอกชน โดยเท่าที่เห็นต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ดูดี ไม่ขี้เหร่” โดยเฉพาะบรรดากระทรวงเศรษฐกิจ ทั้ง คลัง คมนาคม อุตสาหกรรม พลังงาน ท่องเที่ยว พาณิชย์
แม้ว่าบางกระทรวงจะมีทหารมานั่งเก้าอี้รัฐมนตรี แต่ก็จะมี รมช.ที่เป็นข้าราชการเก่ามาช่วยประกบดูแล เพื่อช่วยขับเคลื่อนงานให้เดินต่อไปได้ ซึ่งหลายคนก็คงแอบลุ้นแอบหวังว่าจะทำให้เกิด “การปฏิรูป” อย่างแท้จริงเสียที
ต้องยอมรับว่ากระทรวงที่คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจว่า “ใคร” จะเป็นผู้นำคนใหม่ ก็จะวนเวียนอยู่ที่กระทรวงเศรษฐกิจใหญ่ๆ เพราะการทำงานของกระทรวงเหล่านี้จะเห็นผลชัดเจน และรวดเร็ว สามารถตีค่าออกมาเป็น “ตัวเลข” ให้เห็น แถมกระทรวงเหล่านี้ยังมีอภิมหาโปรเจกต์มากมาย ที่อาจเห็นเป็น “รูปธรรม” ได้ง่ายกว่า
แต่อย่าลืมว่ายังมีอีกหลายกระทรวงที่แม้จะไม่ได้มีโครงการหวือหวา บางโครงการอาจต้องอาศัยเวลาดำเนินการอย่างต่อเนื่องหลายสิบปีกว่าจะเห็นผลเป็นรูปธรรม แต่ก็มีบทบาทต่อประเทศไม่ด้อยกว่ากัน เช่น กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงานฯ และกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ
ในความเป็นจริงแล้ว กระทรวงเหล่านี้ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งยวดสำหรับการพัฒนาประเทศก้าวต่อไป เพราะ “ทุนมนุษย์” ที่มีคุณภาพ ประกอบกับ “นวัตกรรม” ที่มีประสิทธิภาพ คือส่วนสำคัญที่จะช่วยยกระดับประเทศไทยให้หลุดพ้นจากกับดักการเป็นประเทศรายได้ปานกลาง
เมื่อมีความสำคัญแบบนี้แล้ว นอกจากจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอก็ต้องดูแลควบคุม “การใช้จ่าย” งบประมาณให้เหมาะสม และได้ประโยชน์สูงสุดด้วย
อย่างกรณีของกระทรวงศึกษาธิการถือเป็นหน่วยงานที่มีวงเงินงบประมาณสูงสุดประจำปีงบประมาณ 2558 หรือประมาณ 5.02 แสนล้านบาท และได้งบสูงทุกปี ก็อย่าปล่อยให้ใครต่อใครหยิบยกมาโจมตีได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า “ใช้เงินเยอะ แต่ผลิตผลน้อย” เพราะเมื่อวัดจากงบประมาณ กระทรวงจะอยู่ใน “แถวหน้า” แต่พอเหลียวกลับมาดูการจัดอันดับเด็กไทยในการวัดผลความสามารถระดับนานาชาติ กลับพบว่าหลายครั้งอยู่ใน “แถวหลัง” มากกว่า
ที่สำคัญและอยากจะเห็นในรัฐบาลชุดใหม่ก็คือ นอกจากทำงานโดดเด่นเป็นรายกระทรวงแล้ว อยากจะเห็นการทำงานเป็นทีม การทำงานแบบ “ประสานงาน” ไม่ใช่ “ประสานงา” ระหว่างหน่วยงาน ทั้งภายในกระทรวงและระหว่างกระทรวงด้วย
เชื่อว่าตอนนี้ทุกคนคงรอลุ้นว่า รัฐบาลใหม่จะมีผลงานสวยสมกับหน้าตาที่ว่ากันว่า “ดูดี” หรือไม่?







