
จับมืออินโดนีเซียจัดสมรรถนะวิชาชีพสปา
สปาไทยเป็นสินค้าทางการท่องเที่ยวกลุ่มดูแลรักษาสุขภาพ
โดย...พีรดา ปราศรีวงค์
สปาไทยเป็นสินค้าทางการท่องเที่ยวกลุ่มดูแลรักษาสุขภาพ ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติให้ความนิยมเข้ารับบริการไม่แพ้สินค้ากลุ่มอื่น วัดได้จากในช่วง 5-6 ปี ที่ผ่านมา กระแสการดูแลรักษาสุขภาพได้รับความสนใจจากทั่วโลก ทำให้ธุรกิจสปาไทยเติบโตก้าวกระโดด โดยเฉพาะปี 2551 ธุรกิจเติบโตกว่า 10%
โดยเห็นได้ว่ามีกลุ่มนักลงทุนทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ สนใจเข้ามาลงทุนพร้อมสร้างแบรนด์ระดับสากล และแบรนด์ท้องถิ่นจำนวนมาก แต่เป็นเรื่องที่น่าตกใจว่า สปาไทยที่จดทะเบียนใบอนุญาตประกอบอาชีพอย่างถูกต้องตามกฎหมายทั่วประเทศมีเพียง 1,100 รายเท่านั้น ส่วนกลุ่มที่ไม่ได้รับใบอนุญาตการประกอบธุรกิจที่ถูกต้อง บางส่วนกลายเป็นสาเหตุและจุดเริ่มต้นที่ทำให้ธุรกิจสปาไทยมีภาพลักษณ์ผิดเพี้ยนไป เพราะหน่วยงานภาครัฐไม่มีการปราบปรามและ จัดระเบียบให้ผู้ประกอบการที่ไม่ได้มาตรฐานตามใบอนุญาต เข้าสู่ระบบที่ถูกต้องอย่างจริงจัง
ทั้งนี้ ในโอกาสที่ 10 ชาติอาเซียน จะรวมกันเป็นประชาคมในปี 2558 การสร้างมาตรฐานสปาอาเซียน ถือเป็นภารกิจที่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการเปิดเออีซี
กรด โรจนเสถียร นายกสมาคมสปาไทย กล่าวว่า สมาคมได้ร่วมมือกับสมาคมสปาประเทศอินโดนีเซีย วางกรอบความร่วมมือด้านยุทธศาสตร์ส่งเสริมธุรกิจสปา โดยจัดสมรรถนะวิชาชีพสปา ใน 5 ตำแหน่งหลัก ได้แก่ 1 ผู้ช่วยเทอราปิส 2 เทอราปิส 3 พนักงานต้อนรับ 4 ผู้ฝึกอบรมสปา และ 5 ผู้จัดการสปา เพื่อกำหนดระดับสมรรถนะความรู้ความสามารถให้กับพนักงานสปาทุกระดับให้มีความชัดเจน สามารถเทียบระดับความรู้ความสามารถระหว่างชาติสมาชิกอาเซียน เพราะที่ผ่านมาสมรรถนะวิชาชีพสปาไม่มีการจัดระดับที่ถูกต้อง ทำให้พนักงานสปาไม่มีทิศทางการเติบโตทางสายงานอาชีพที่ชัดเจน
ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าวิธีดังกล่าวช่วยสร้างขวัญกำลังใจ วางแผนการเติบโตในสายงานอาชีพของตัวเอง รวมถึงบุคลากรสปาสามารถเคลื่อนย้ายการทำงานระหว่างประเทศในมาตรฐานเดียวกัน
สาเหตุที่ไทยนำร่องความร่วมมือกับอินโดนีเซีย เนื่องจากเป็นประเทศที่มีศาสตร์และความรู้ด้านสปาใกล้เคียงกับประเทศไทย โดยทั้งสองประเทศถือเป็น ผู้นำด้านสปาในภูมิภาค ซึ่งการร่วมมือสร้างมาตรฐานในครั้งนี้ เตรียมเสนอคณะกรรมการวิชาชีพอาเซียน เพื่อพิจารณาหลักสูตร พร้อมประกาศเป็นมาตรฐานที่ใช้ควบคุมสมาชิกอาเซียนในลำดับ ต่อไป
“ที่ผ่านมา ยังไม่มีหน่วยงานไหนเป็นเจ้าภาพ เข้ามาผลักดันเรื่องธุรกิจสปาอย่างจริงจัง ทั้งรูปแบบ การสร้างมาตรฐานที่ดี การสร้างระดับการเรียน การสอนหลักสูตรกลางให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน สามารถเทียบระดับกันได้ การร่วมมือกับอินโดนีเซียครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นการสร้างมาตรฐานด้านสปาแบบครบวงจร เพื่อนำหลักสูตรนี้ ไปใช้ในธุรกิจสปากับชาติอาเซียน”
หลังการผลักดันให้ชาติสมาชิกอาเซียน นำมาตรฐานสปาอาเซียนไปใช้ร่วมกัน เชื่อว่าจะทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายการทำงานของบุคลากรด้านวิชาชีพสปาทั้ง 10 ชาติ โดยเฉพาะบุคลากรไทยจะมีความได้เปรียบกว่าประเทศอื่น เนื่องจากการบริการแบบ คนไทย เป็นเสน่ห์ที่ชาติอื่นหาตัวจับได้ยาก ซึ่งถือเป็น จุดแข็งที่ทำให้เทอราปิสคนไทยมีความได้เปรียบและเป็นที่ต้องการของตลาด
นอกจากนี้ สมาคมเตรียมจัดงานเวิลด์ สปา แอนด์ เวลบีอิ้ง คอนเวนชั่น ระหว่างวันที่ 18-20 ก.ย.นี้ ที่ศูนย์การแสดงสินค้าอิมแพค เมืองทองธานี ซึ่งคาดว่าจะช่วยปลุกกระแสให้ธุรกิจสปาไทยได้รับความสนใจจากนักลงทุนคนไทยและต่างชาติเพิ่มขึ้น รวมถึงเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการ ซึ่งคาดว่า ภายในปี2560 ธุรกิจสปาและบิวตี้ในประเทศไทยจะมีมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท เทียบกับปัจจุบันที่มีมูลค่าประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท







