
ต่างชาติวิ่งแจ้นซื้อหุ้นคืน
นักลงทุนต่างชาติรีบไล่ซื้อหุ้นคืน หลังตกใจยืมไปขายช่วงวิกฤตกว่า 8,000 ล้าน แต่ดัชนีกดไม่ลงลึก SGP ไหม้ตามห้างเซ็นทรัลเวิลด์
นักลงทุนต่างชาติรีบไล่ซื้อหุ้นคืน หลังตกใจยืมไปขายช่วงวิกฤตกว่า 8,000 ล้าน แต่ดัชนีกดไม่ลงลึก SGP ไหม้ตามห้างเซ็นทรัลเวิลด์
“โพสต์ทูเดย์” ได้รวบรวมตัวเลขการยืมหุ้นไปขายล่วงหน้า (ขายชอร์ต) ในตลาดหุ้นระหว่างวันที่ 8 เม.ย.-27 พ.ค. 2553 ซึ่งเป็นช่วงที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และเกิดจลาจลเผากรุงเทพฯ พบว่านักลงทุนมีการยืมหุ้นไปขายล่วงหน้ารวมทั้งสิ้น 46 หลักทรัพย์ คิดเป็นมูลค่ารวม 8,152.08 ล้านบาท หลังจากต่างชาติมียอดขายสุทธิกว่า 6 หมื่นล้านบาท
สำหรับหุ้นที่ถูกยืมไปขายชอร์ตมากที่สุด คือ บริษัท ปตท. (PTT) มีมูลค่า 1,1307.40 ล้านบาท รองลงมาคือ บริษัท บ้านปู (BANPU) มูลค่า 904.15 ล้านบาท ตามด้วยบริษัท ปตท.เคมิคอล (PTTCH) มูลค่า 778.85 ล้านบาท ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) มูลค่า 697.87 ล้านบาท ธนาคารกรุงเทพ (BBL) มูลค่า 207.95 ล้านบาท และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) จำนวน 482.29 ล้านบาท ส่วนหุ้นบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) มีมูลค่า 9.58 ล้านบาท
ทั้งนี้ หุ้นที่ถูกยืมไปขายล่วงหน้าส่วนใหญ่เป็นหุ้นขนาดใหญ่ สภาพคล่องสูง และเป็นหุ้นที่นักลงทุนต่างประเทศนิยมเข้ามาซื้อหุ้นเหล่านี้เป็นหลัก
มาร์เก็ตติง กล่าวว่า หลังเหตุการณ์เผากรุงเทพฯ ในช่วงวันที่ 24-27 พ.ค.ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิกว่า 2 หมื่นล้านบาท แต่ดัชนีกลับลดลงไม่มากนัก เนื่องจากตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียปรับตัวขึ้นถ้วนหน้า 3 วันติดต่อกัน และต่อเนื่องในวันที่ 31 พ.ค. ที่มีเพียงตลาดหุ้นจีนที่ทรุดหนักกว่า 2%
นายอดิศักดิ์ คำมูล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นหลังจากนี้จะต้องจับตาดูความเคลื่อนไหวของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งขายออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่เป็นหุ้นอยู่ในพอร์ตและหุ้นที่ยืมไปขายล่วงหน้า (ชอร์ตเซล) ด้วย ซึ่งหากแรงขายลดน้อยลงหรือต่างชาติพลิกกลับมาซื้อคืน หลังจากได้ยืมไปขายในช่วงวิกฤตการเมือง ก็จะเป็นดีต่อตลาดหุ้นโดยรวม
ด้านการซื้อขายหุ้นวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทยปิดที่จุดสูงสุดของวันระดับ 750.43 จุด เพิ่มขึ้น 13.15 จุด หรือ 1.78% แต่มูลค่าการซื้อขายเบาบางเพียง 17,581 ล้านบาท แต่นักลงทุนต่างชาติกลับลำซื้อครั้งแรกหลังใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จำนวน 653 ล้านบาท สถาบันซื้อต่อ 946 ล้านบาท และรายย่อยถือโอกาสขาย 1,264 ล้านบาท
นางจินตณา กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ (SGP) กล่าวถึงผลกระทบจากกรณีห้างเซ็นทรัลเวิลด์ถูกไฟไหม้ว่า ทำให้ยอดขายแก๊สของบริษัทหายไปเดือนละประมาณ 300-400 ตัน หรือในช่วงที่เหลือ 8 เดือนที่เหลือของปีนี้ ยอดขายหายไปประมาณ 2,400-2,500 ล้านบาท เพราะลูกค้าในศูนย์การค้าดังกล่าวจะสั่งซื้อแก๊สหุงต้มจากบริษัทมาใช้ อย่างไรก็ตามบริษัทจะไม่ปรับลดเป้าหมายยอดขายแก๊สในปีนี้ลงแต่อย่างใด โดยคาดว่าจะขายแก๊สได้ไม่น้อยกว่า 1.3 ล้านตัน เติบโตจากปีก่อนประมาณ 15% เนื่องจากบริษัทมีลูกค้าในต่างจังหวัดเข้ามาชดเชย
สำหรับผลประกอบการในไตรมาส 2 คาดว่าจะใกล้เคียงกับไตรมาสแรก ซึ่งมีรายได้ 5,400 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 320 ล้านบาท ส่วนงบลงทุนปีนี้ประมาณ 500 ล้านบาท ในการขยายสถานีบริการแก๊ส 10 แห่ง และโรงบรรจุแก๊ส







