
มาร์คห่วงปรับโครงสร้างภาษีน้ำมันกระทบโซฮอล์
อภิสิทธิ์ห่วงปรับโครงสร้างภาษีลดเบนซินเพิ่มดีเซล จี้ทบทวนหวั่นกระทบไปถึงการใช้แก๊สโซฮอล์
อภิสิทธิ์ห่วงปรับโครงสร้างภาษีลดเบนซินเพิ่มดีเซล จี้ทบทวนหวั่นกระทบไปถึงการใช้แก๊สโซฮอล์
เมื่อวันที่29ส.ค.57 นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แปลกใจกับการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเบนซินแต่ไปเพิ่มภาษีน้ำมันดีเซล แม้ประชาชนจะดีใจแต่น่าเป็นห่วง เพราะน้ำมันเบนซิน95 คนใช้น้อย และไม่ใช่น้ำมันที่รัฐจะมาสนับสนุน จึงทำให้ที่ผ่านมาจึงมีการเก็บภาษีสรรพสามิตและกองทุนน้ำมันในอัตราที่สูงมาตลอด เมื่อลดภาษีสรรพสามิตและเงินที่จะเข้ากองทุนฯในน้ำมันเบนซิน95 ลง รายได้รัฐก็จะลดลง จะกระทบต่อฐานราคาน้ำมันเบนซินให้ลดลงไปใกล้เคียงกับแก็สโซฮอล์ ก่อให้เกิดแรงจูงใจประชาชนไปใช้เบนซินมากกว่าแก๊สโซฮอล์
นอกจากนี้ เห็นว่าไม่ควรเก็บภาษีน้ำมันดีเซลเพราะขณะนี้ราคาอยู่ใกล้เพดาน30บาทต่อลิตรแล้ว ถ้าในอนาคตราคาขยับขึ้น ดีเซลจะสูงขึ้นด้วย ระดับนโยบายต้องมาหารืออีกครั้งว่า จะปรับลงอย่างไร การปรับโครงสร้างภาษีน้ำมันครั้งนี้จึงไม่ใช่การปรับที่ยั่งยืน รัฐบาลกับสปช.ยังต้องพิจารณาโครงสร้างราคาอีก แต่ไม่ทราบเหตุผลว่าทำไมต้องทำเรื่องนี้ในเวลานี้ มีความประสงค์เรื่องอะไร ถ้าเห็นว่าเบนซิน95 รับภาระภาษีมากเกินไปก็ถือเป็นเรื่องนโยบาย ซึ่งประชาชนต้องทราบว่า การลดราคาที่เกิดขึ้น ภาษีจะหายไป แต่ไปเก็บเพิ่มที่ดีเซลแทน ซึ่งเป็นดุลพินิจของผู้บริหารว่า ระหว่างผู้ใช้ดีเซลกับเบนซินใครควรจ่ายภาษีมากกว่ากัน
ทั้งนี้ ต้องถามว่าทำไมถึงทำเรื่องนี้ ก่อนที่มีสภาปฏิรูปทำไม ซึ่งมีการชี้แจงว่า ไม่กระทบต่อรายได้ในการจัดเก็บภาษี แต่ถ้ารัฐบาลต้องการปรับโครงสร้างราคาอย่างยั่งยืนก็ต้องไปพิจารณาเรื่องกองทุนน้ำมัน ซึ่งมีความจำเป็นในการเป็นเครื่องมือเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคา แต่ไม่ใช่นำไปใช้อุดหนุนหรือพยุงราคาซึ่งจะทำให้บริหารกองทุนโดยไม่ขาดทุน และยังเป็นเครื่องมือในการส่งสัญญาณว่ารัฐบาลต้องการให้ประชาขนหันมาใช้น้ำมันชนิดไหน เช่น ถ้าต้องการให้ใช้แก๊สโซฮอลก็ต้องลดภาระ ส่วนน้ำมันชนิดไหนที่ไม่ต้องการให้ประชาขนใช้ ก็กำหนดให้มีราคาสูง







