
เร่งสร้างโรดแมปน้ำตาลเพิ่มปริมาณการผลิตอื้อ
นัด 11 หน่วยงาน ถกยุทธศาสตร์อ้อยน้ำตาล เสนอ “ฉัตรชัย” ใน 2 สัปดาห์
นัด 11 หน่วยงาน ถกยุทธศาสตร์อ้อยน้ำตาล เสนอ “ฉัตรชัย” ใน 2 สัปดาห์
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้นายสมศักดิ์ สุวัฒิกะ เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) รวบรวมข้อมูลจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำแผนและขั้นตอนการพัฒนาอ้อยและน้ำตาลทราย (โรดแมป) ตามมติของประชุมคณะอนุกรรมการร่วมจัดทำยุทธศาสตร์สินค้าเกษตรเป็นรายพืชเศรษฐกิจ 4 สินค้า ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน และอ้อย ซึ่งมี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน ให้แล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งหมด 11 หน่วยงาน เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชาวไร่อ้อย โรงงานน้ำตาล สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย ฯลฯ มาร่วมประชุมหารือรวบรวมข้อมูลทำโรดแมปอ้อยในวันที่ 28 ส.ค.นี้
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรมมีแผนพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายระยะ 8 ปี (ปี 2557-2564) ซึ่งจะมีการวางเป้าหมายที่จะเพิ่มพื้นที่การผลิตอีก 8 ล้านไร่ จากปัจจุบัน 10 ล้านไร่ ซึ่งจะทำให้ปริมาณผลผลิตอ้อยเพิ่มเป็น 210 ล้านตัน จากปัจจุบัน 103 ล้านตัน/ปี ผลผลิตน้ำตาล 22-23 ล้านตัน/ปี จากปัจจุบัน 12 ล้านตัน/ปี เกิดกากน้ำตาล (โมลาส) 89 ล้านตัน ผลิตเอทานอลได้ 1,600 ล้านลิตร/ปี จากปัจจุบันที่ 4.2 ล้านตัน และ 750 ล้านลิตร ตามลำดับ
แต่ทั้งหมดนี้ยังต้องฟังความเห็นจากอีก 10 หน่วยงาน ที่อยู่ในคณะทำงานจัดทำโร้ดแมปพืชอ้อยด้วย เพราะอาจจะมีการนำเสนอความเห็นที่กว้างและครอบคลุมตลอดอุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำ จนปลายน้ำ ได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น
นายสิริวุทธิ์ เสียมภักดี ประธานคณะทำงานด้านประชาสัมพันธ์ 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย กล่าวว่า สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย ได้มีการหารือกับตัวแทนชาวไร่อ้อย เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ที่ผ่านมาถึงโอกาสและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางการค้าที่จะเกิดขึ้นจากการเปิดประชาคมอาเซียน ซึ่งภาคอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายไทยจะเร่งต้องพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพทั้งในด้านการผลิตอ้อยและน้ำตาล และการสร้างมูลค่า เพื่อให้สามารถแข่งขันได้
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ยังคงกังวลคือขณะนี้ ราคาน้ำตาลในประเทศไทยถูกที่สุดในอาเซียน ซึ่งเมื่อเปิดอาเซียนแล้ว หากการบริหารจัดการไม่มีประสิทธิภาพ อาจทำให้เกิดการลักลอบส่งออกตามชายแดนรุนแรงมากขึ้น และเสี่ยงที่จะเกิดภาวะน้ำตาลในประเทศไม่เพียงพอต่อการบริโภค รวมถึงสูญเสียโอกาสจากการส่งออกน้ำตาล กระทบต่อผู้บริโภค







