posttoday
จีน-ญี่ปุ่นรุมจีบอินเดียอ้อนขายรถไฟความเร็วสูง

จีน-ญี่ปุ่นรุมจีบอินเดียอ้อนขายรถไฟความเร็วสูง

27 สิงหาคม 2557

การปรับปรุงและเร่งขยายโครงสร้างพื้นฐานระบบรางของประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลกกำลังกลายเป็นโอกาสของ “จีน” ที่มุ่งมั่นแสวงหาตลาดที่ใหญ่ขึ้น เพื่อเปิดตัวระบบรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) ของตนเองให้โลกได้รู้จักมากยิ่งขึ้น

การปรับปรุงและเร่งขยายโครงสร้างพื้นฐานระบบรางของประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลกกำลังกลายเป็นโอกาสของ “จีน” ที่มุ่งมั่นแสวงหาตลาดที่ใหญ่ขึ้น เพื่อเปิดตัวระบบรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) ของตนเองให้โลกได้รู้จักมากยิ่งขึ้น

กลยุทธ์ “Going Global” ด้วยไฮสปีดเทรนมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับระบบรถไฟความเร็วสูงของแดนมังกร เนื่องจากถือเป็นสัญลักษณ์ของการปรับโครงสร้างการผลิตของประเทศ รวมถึงความสามารถที่จะครองส่วนแบ่งในตลาดใหม่ๆ

การสร้างไฮสปีดเทรน สร้างผลประโยชน์มหาศาลแก่ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นแรงงานฝีมือจำนวนมหาศาลที่จะได้ฝึกปรือทักษะฝีมือระหว่างการก่อสร้าง รวมถึงการอัพเดทสิทธิบัตรด้านเทคนิคมากกว่า 900 ฉบับของจีนได้ต่อไปในอนาคต ส่วนในภาพรวมต้องถือว่าการสร้างรถไฟความเร็วสูงทำให้จีนมีระบบคมนาคมขนส่งที่ปลอดภัยและรวดเร็วยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน จีนกำลังมองหาโอกาสในทุกที่ทั่วโลกที่มีแผนสร้างรถไฟความเร็วสูง และคาดหวังว่าโอกาสดังกล่าวจะทำให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย เช่น เศรษฐกิจที่เติบโต การขนส่งที่รวดเร็ว และโลจิสติกส์ที่มีมาตรฐานดีขึ้น

สำหรับตลาดเป้าหมายล่าสุดจีน ก็คือ “อินเดีย” ซึ่งจะกลายเป็นสนามประลองกำลังระหว่างสินค้าจีนและญี่ปุ่นอีกรอบ

หนังสือพิมพ์ไทมส์ ออฟ อินเดีย ระบุว่า ตอนนี้จีนซึ่งเป็นเจ้าของเครือข่ายไฮสปีดเทรนที่ยาวที่สุดในโลก กำลังต้องการขายรถไฟให้กับอินเดียในราคาที่ย่อมเยากว่าญี่ปุ่นมาก ซึ่งประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีน มีกำหนดจะเดินทางเยือนอินเดียเป็นครั้งแรกในช่วงกลางเดือน ก.ย.นี้

ขณะที่ก่อนหน้านี้ก็ได้ลองหยั่งเชิงขอเข้ามาช่วยปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางรางที่เก่าแก่และไม่เพียงพอกับความต้องการของอินเดีย แต่สิ่งที่คาดหวังที่สุดคงจะเป็นการขายระบบรถไฟความเร็วสูงให้อินเดียนั่นเอง

ด้านญี่ปุ่นนั้นกำลังศึกษาความเป็นไปได้ที่จะใช้ระบบรถไฟชินคันเซ็นสำหรับเส้นทางอาห์เมดาบัดมุมไบ ซึ่งเป็น 1 ใน 6 เส้นทางที่อินเดียตั้งเป้าว่าจะเปิดให้บริการรถไฟความเร็วสูงในอนาคต และทางญี่ปุ่นจะเปิดเผยข้อมูลการศึกษาให้ฝั่งอินเดียรับทราบในช่วงที่ นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอินเดีย เดินทางเยือนญี่ปุ่นในช่วงสุดสัปดาห์นี้ โดยคาดกันว่านายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่น จะพยายามจูงใจให้อินเดียซื้อเทคโนโลยีของตนเอง ซึ่งจุดขายสำคัญที่ญี่ปุ่นหยิบยกขึ้นมาก็คือ มาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพที่ดีกว่า ขณะที่จีนจะเน้นราคาที่ย่อมเยากว่า

นับถึงตอนนี้ เจ้าหน้าที่ของอินเดียที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเครือข่ายรถไฟรอบนี้ ให้ข้อมูลว่า ญี่ปุ่นได้เปรียบจีนอยู่เล็กน้อย เมื่อดูเรื่องของสถิติด้านความปลอดภัย เพราะที่ผ่านมาจีนเคยเกิดอุบัติเหตุรถไฟความเร็วสูงที่คร่าชีวิตคนไปนับร้อย

อย่างไรก็ตาม ต้นทุนที่อินเดียจะต้องควักกระเป๋าจ่าย หากตัดสินใจเลือกเทคโนโลยีของญี่ปุ่นก็สูงมาก และแม้ว่าจะมีจุดเด่นเรื่องความปลอดภัยและความเร็วมาเกือบครึ่งศตวรรษ แต่ญี่ปุ่นกลับไม่เคยประสบความสำเร็จในการขายนวัตกรรมของตนเองในต่างประเทศ

แต่สำหรับการบุกตลาดอินเตอร์รอบนี้ สมาคมรถไฟความเร็วสูงนานาชาติของญี่ปุ่น ซึ่งมีสมาชิกเป็นบริษัทผู้สร้างทางรถไฟไฮสปีดน่าจะพยายามจูงใจลูกค้าอย่างดีที่สุดในการหารือเดือน ต.ค.นี้ ทั้งนี้หากอ้างอิงจากแถลงการณ์ด้านงบประมาณรถไฟของอินเดียล่าสุด ที่ระบุว่าต้นทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงแต่ละสายจะอยู่ที่ประมาณ 6 แสนล้านรูปี เจ้าหน้าที่ของอินเดียก็เชื่อว่า ญี่ปุ่นจะเสนอเงื่อนไขที่ดี พร้อมข้อตกลงสนับสนุนทางการเงินที่ดีกว่าเดิมให้กับอินเดีย

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน