posttoday
เทขายยาง 2.1 แสนตัน เผือกร้อน...เขย่าคสช.

เทขายยาง 2.1 แสนตัน เผือกร้อน...เขย่าคสช.

27 สิงหาคม 2557

ถึงวันนี้ต้องเรียกได้ว่าเกษตรกรชาวสวนยางพาราต่างเดือดร้อนกันทั่วหน้า หลังราคายางแผ่นดิบตกมาอยู่ที่ระดับ 50-51 บาท/กก.

โดย...สิทธิณี ห่วงนาค

ถึงวันนี้ต้องเรียกได้ว่าเกษตรกรชาวสวนยางพาราต่างเดือดร้อนกันทั่วหน้า หลังราคายางแผ่นดิบตกมาอยู่ที่ระดับ 50-51 บาท/กก. และยางแผ่นดิบรมควันชั้น 3 ราคาลงมาอยู่ที่ 5455 บาท/กก.

กระทั่งชาวสวนยางทนไม่ไหวต้องออกมาเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และนายกฯ เข้ามาแก้ปัญหาโดยด่วน ไม่เช่นนั้นอาจยกขบวนบุกกรุงเทพฯ

หากจะว่าไปแล้ว ราคายางพาราที่ตกต่ำลงต่อเนื่องในขณะนี้ มีสาเหตุหลักจากการที่รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. คือ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ตัดสินใจระบายยางพาราในสต๊อก 2.1 แสนตัน ออกสู่ตลาด โดยเรียกผู้ประกอบการส่งออกยางเข้าหารือ เมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา และให้เสนอราคาและปริมาณที่จะเสนอซื้อมาให้ พล.อ.ฉัตรชัย พิจารณา

“พล.อ.ฉัตรชัย มองแล้ว ไม่ควรเอายางก้อนนี้ไว้ให้รัฐบาลใหม่เข้ามาแบก เพราะจะมีแรงปะทะทางการเมืองสูง สู้สะสางให้จบดีกว่า เพราะมองไปข้างอีกหน้า 12 ปี ไม่มีทางที่ราคายางจะกลับมาที่ 100-120 บาท/กก. แน่นอน” แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุ

ทว่าสิ่งที่ พล.อ.ฉัตรชัย ไม่ได้คาดคิดไว้ คือ ทันทีที่มีข่าวว่า คสช.จะขายยางในสต๊อกแพร่ออกไปสู่ตลาด ทำให้หลังหยุดยาวช่วงเทศกาลวันแม่ 12 ส.ค. คือ วันที่ 13 ส.ค. เมื่อเปิดตลาดราคายางแผ่นดิบลดลงเหลือ 52.5 บาท/กก. จาก 54 บาท/กก. ในวันที่ 8 ส.ค. และลดลงต่ำสุดเหลือ 50 บาท/กก. ในช่วงวันที่ 18-20 ส.ค.ที่ผ่านมา หรือลดลงกว่า 4 บาท/กก. ในช่วงเวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์

ในขณะที่ผู้ส่งออกยางรายใหญ่ได้ใช้โอกาสที่ คสช.เตรียมระบายสต๊อกยางออก กดราคาซื้อยางจาก คสช.อีกทอดหนึ่ง โดยเสนอราคาซื้อยางในสต๊อกจาก คสช.ในราคาที่ต่ำมากเพียง 38-42 บาท/กก.เท่านั้น หากมีการอนุมัติขายตามที่ผู้ส่งออกเสนอจะทำให้ราคายางตกต่ำกว่านี้แน่นอน

แต่จะบังเอิญหรือไม่ก็ตาม คสช.ไม่ยอมอนุมัติขายยางตามที่ผู้ส่งออกเสนอ แต่อนุมัติขายยางล็อตแรก 5 หมื่น1 แสนตัน ให้บริษัท ยี่ฟังเหลียน ซึ่งเป็นบริษัทของคนไทยที่จดทะเบียนในสิงคโปร์ โดยเสนอซื้อยางที่ราคา 52 บาท/กก. และจะมีการทำสัญญาซื้อขายในอีก 1-2 วันนี้ ซึ่งมีผลทำให้ราคายางในตลาดไม่ตกลงไปมากกว่านี้ แม้มีคำถามว่า บริษัท ยี่ฟังเหลียน เป็นบริษัทนอมินีของใครหรือไม่

“เขาให้ราคาสูงกว่าพวก 5 เสือ 7 เสือ ไม่รู้เสนอมาได้อย่างไร 38 บาท/กก. เหมือนไม่เห็นหัวกัน แต่เรื่องนี้ทหารเขาเห็น จึงกล้าตัดสินใจ และเงื่อนไข ก็คือ ให้บริษัท ยี่ฟังเหลียน จ่ายเงินซื้อเป็นเงินสด และให้นำยางออกนอกประเทศทั้งหมด” แหล่งข่าวเปิดเผย

อย่างไรก็ตาม การระบายยางในสต๊อกยังจะสร้างปัญหายุ่งยากใจให้กับ คสช.ต่อไป เพราะยังเหลือยางที่ค้างสต๊อกอยู่อีกกว่า 1 แสนตัน และมีเสียงเรียกร้องจากชาวสวนยางให้ คสช.ยุติการระบายยางทั้งหมด เพื่อไม่ให้กระทบต่อราคาตลาดในขณะนี้

ทางเลือกของ พล.อ.ฉัตรชัย จึงไม่มากนัก คือ 1.หากระบายยาง 2.1 แสนตัน ออกไป ราคายางอาจตกลงกว่านี้ นอกเหนือจากข้อเคลือบแคลงเกี่ยวกับบริษัทที่รับซื้อยางก่อนหน้านี้ และสนใจซื้อยางส่วนที่เหลือทั้งหมดแต่เพียงรายเดียว มีความโปร่งใสหรือไม่ และ 2.หาก คสช.ยังเก็บยางไว้ในสต๊อกจะมีผลทำให้ราคายางตกต่ำลงต่อเนื่อง เพราะถูกสต๊อกยาง 2 แสนตันถ่วงราคาไว้ ในขณะที่มีผลผลิตยางออกสู่ตลาดต่อเนื่อง

งานนี้ คสช.ต้องรับหน้าเสื่อไปเต็มๆ กับนโยบายรับซื้อยางราคา 100-104 บาท/กก. ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่ใช้เงินกว่า 2 หมื่นล้านบาท แต่ไม่เกิดผลประโยชน์ในระยะยาวแต่อย่างใด ในขณะที่นโยบาย คสช.ที่ต้องการผลักดันให้มีการใช้สต๊อกยางพาราในประเทศ กลับไม่เกิดผลเป็นรูปธรรมใดๆ จนถึงบัดนี้

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน