
ออมน้อยเป็น 100 ล.
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมโพสต์ไทม์ไลน์ลงใน Facebook Page (https:// www.facebook.com/VI.Kitichai) และ Twitter (http://twitter.com/value _talk) ปรากฏว่าได้ผลตอบรับค่อนข้างดี ผมจึงรวบรวมมาลงไว้ใน Blog.(http://kitichai1.blogspot.com) และ Note เพื่อให้สามารถติดตามอ่านได้สะดวก ผมอยากนำมาแบ่งปันให้ท่านผู้อ่านโพสต์ทูเดย์ได้อ่านด้วยครับ
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมโพสต์ไทม์ไลน์ลงใน Facebook Page (https:// www.facebook.com/VI.Kitichai) และ Twitter (http://twitter.com/value _talk) ปรากฏว่าได้ผลตอบรับค่อนข้างดี ผมจึงรวบรวมมาลงไว้ใน Blog.(http://kitichai1.blogspot.com) และ Note เพื่อให้สามารถติดตามอ่านได้สะดวก ผมอยากนำมาแบ่งปันให้ท่านผู้อ่านโพสต์ทูเดย์ได้อ่านด้วยครับ
Mindset ในด้านการออมเงินของคนส่วนใหญ่ผิดหมด นั่นคือสาเหตุที่คนส่วนใหญ่พอแก่ตัวลงกลับมีเงินออมไม่พอดูแลตนเองและลูกหลาน
และเพียงคุณออมทุกเดือน เดือนละ 8,333 บาท แล้วเอาไปฝากธนาคารโดย ไม่มีการถอนทั้งต้นและดอก ผ่านไป 30 ปี คุณจะได้เงินรวม 4,822,958 บาท เงินจำนวนนี้ใน 30 ปีข้างหน้าอาจจะมีค่าน้อยกว่า 8 แสนบาท ในปัจจุบัน คุณลองเปรียบเทียบราคาข้าวแกงเมื่อ 30 ปีที่แล้วกับปัจจุบันดูครับ แต่ถ้าคุณนำไปลงทุนอย่างชาญฉลาดได้ผลตอบแทน 20% ต่อปี ผ่านไป 30 ปี เงินรวมจะเป็นตัวเลขที่ทำให้คุณช็อกได้ ลองทายดูสิครับว่าจะเป็นเท่าไร ผมบอกใบ้ว่าคุณจะกลายเป็นเศรษฐีร้อยล้านและเกษียณก่อนเพื่อนคุณเป็น 10 ปี
ผมกลุ้มใจมากเมื่อเห็นคนซื้อเครื่องสำอางหรือทัวร์เงินผ่อน มันจำเป็นขนาดนั้นเชียวหรือ ผมมีวิธืให้คุณได้เที่ยวฟรีแถมได้เงินใช้ด้วย โบราณว่าไว้ “อดเปรี้ยวไว้กินหวาน” ไม่เคยเชยเลยในสายตาผม การเปลี่ยนมือถือเมื่อมีรุ่นใหม่ ควรมีใครสักคนออกมารณรงค์เปลี่ยน Mindset ของเด็กรุ่นใหม่เหล่านี้ บางคนใช้งานเพียง 30% ของสมรรถภาพของเครื่องเท่านั้นเสียด้วยซ้ำ
หลายคนมักคิดว่าเวลาไม่มีค่า เดี๋ยวพรุ่งนี้พระเจ้าก็ประทานเวลามาให้อีก ลองไปถามคนที่ไปสนามบินไม่ทัน ต้องตกเครื่องดู ว่าเพียงแค่เศษเสี้ยวนาทีนั้นมีค่าเพียงไหน ผมใช้รถไฟฟ้าทำให้ผมประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย แถมยังใช้เวลาบนรถอ่านหนังสือเพิ่มพูนความรู้ แค่อ่านวันละ 40 นาที (นั่งไปและกลับ) ปีหนึ่งจะอ่านได้กี่เล่มคุณลองคิดดู การอ่านหนังสือเป็นการเติมความรู้ที่ถูกที่สุด ผมเป็นได้อย่างทุกวันนี้เพราะผมรักการอ่าน หนังสือเล่มละ 165 บาท คุณอ่านปีละ 20 เล่ม เพิ่งจะเป็นเงิน 3,300 บาท แต่ความรู้ที่คุณได้นั้นมหาศาลนัก เรามาช่วยกันลบค่าเฉลี่ยที่ว่าคนไทยอ่านหนังสือปีละแค่ 6 บรรทัดเท่านั้นกันครับ
ความใฝ่ฝันของคนที่เริ่มทำงานคือการมีรถสักคัน ซึ่งเป็นค่านิยมที่ผิด คุณรู้ไหมว่าค่าใช้จ่ายของการมีรถซิตี้คาร์สักคันตกปีละประมาณ 2 แสนบาท เชื่อหรือไม่?
ผมมีเงินขนาดนี้ผมยังไม่ใช้รถเลย ผมไม่นิยมซื้อสินทรัพย์ที่เสื่อมมูลค่า แต่ผมจะซื้อแต่สินทรัพย์ที่ทวีมูลค่าเท่านั้น รถอ่านออกเสียงเหมือนลดอยู่แล้ว ซื้อปุ๊บขาดทุนปั๊บ ซื้อคอนโดในเมืองดีกว่า (ห้องที่ผมอยู่ในปัจจุบัน ผมซื้อมาเพียง 7.8 ล้านบาท ปัจจุบันราคาไต่ขึ้นไปเกือบ 20 ล้านบาทแล้ว กำไรทั้งอยู่ และกำไรถ้าคิดจะขาย) การอยู่คอนโดในเมืองทำให้คุณมีเวลามากขึ้นวันละ 23 ชั่วโมง ปีหนึ่งเป็นกี่ชั่วโมงคุณลองคำนวณดู คุณไม่รู้สึกเสียดายเวลาเหล่านี้เลยเหรอ ถ้าคุณเอาเวลาที่ประหยัดได้ไปทำอาชีพเสริมโดยอาศัยความชอบหรือความถนัดส่วนตัว คุณจะรวยเร็วกว่าคนอื่น บางท่านคิดว่าเป็นเรื่องไกลเกินฝัน ผมจะบอกให้ว่า คนมีเงินเดือน 1.5 หมื่นบาท ก็สามารถเป็นเจ้าของคอนโดย่านสุขุมวิทได้
คนไทยหลายคนยังใช้บัตรเครดิตด้วยวิธีผิดๆ โดยเฉพาะพวกที่ไม่ชำระ เต็มจำนวน คุณไม่รู้หรือว่าอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตมันแพงขนาดไหน ผมเป็นคนหนึ่งที่พกบัตรเครดิตเป็น 10 ใบ แล้วเลือกใช้อย่างถูกวิธี ปีหนึ่งๆ นอกจากจ่ายเงินช้าลง ผลประโยชน์ที่ได้จากบัตรเป็นหลักแสนกลับมาเรื่องการใช้สินเชื่อ ผมสนับสนุน ผมเองก็ใช้ แต่จะต้องใช้กับสินทรัพย์ที่ทวีมูลค่า เช่น คอนโด เป็นต้น ห้ามใช้กับสินทรัพย์ที่เสื่อมมูลค่าโดยเด็ดขาด ซึ่งดอกเบี้ยกู้ซื้อคอนโด ก็ต่ำกว่าสินเชื่อประเภทอื่นเสียด้วย เป็นการเร่งความรวยของผมอีกวิธีหนึ่ง
สิ่งที่ผมพูดมา คุณสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในหนังสือ “ออมจากน้อยเป็นร้อยล้าน” ซึ่งวางจำหน่ายตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไปแล้วครับ







