posttoday
เอสเอ็มอี-รายย่อยดันสินเชื่อไตรมาส 3 ขยับ

เอสเอ็มอี-รายย่อยดันสินเชื่อไตรมาส 3 ขยับ

27 สิงหาคม 2557

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รวบรวมข้อมูลสินเชื่อ เงินฝาก และสภาพคล่องของระบบธนาคารพาณิชย์ไทย 14 แห่ง ณ สิ้นเดือน ก.ค. 2557 เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และสิ้นปี 2556 พบว่าเงินให้สินเชื่อหดตัวลง ขณะที่เงินฝากรวมตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืมปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ไทยเพิ่มขึ้นเทียบกับเดือนก่อนหน้า

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รวบรวมข้อมูลสินเชื่อ เงินฝาก และสภาพคล่องของระบบธนาคารพาณิชย์ไทย 14 แห่ง ณ สิ้นเดือน ก.ค. 2557 เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และสิ้นปี 2556 พบว่าเงินให้สินเชื่อหดตัวลง ขณะที่เงินฝากรวมตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืมปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ไทยเพิ่มขึ้นเทียบกับเดือนก่อนหน้า

ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือน ก.ค. ธนาคารพาณิชย์ไทย 14 แห่ง มียอดเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้สุทธิ 9.59 ล้านล้านบาท ลดลง 2.57 หมื่นล้านบาท จากยอดคงค้างที่ 9.62 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือน มิ.ย. กดดันให้อัตราการเติบโตของสินเชื่อชะลอลงต่อเนื่องจาก 6.38% ณ สิ้นเดือน มิ.ย. มาอยู่ที่ 5.75% ในสิ้นเดือน ก.ค. สาเหตุคาดว่าได้รับแรงกดดันจากปัจจัยด้านฤดูกาลชำระคืนสินเชื่อของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่เป็นหลัก ผนวกภาคเอกชนยังระมัดระวังการใช้จ่ายและการลงทุนในจังหวะที่เศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ รวมทั้งคาดว่าสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ยังคงหดตัวต่อเนื่อง ตามการชำระหนี้คืนของลูกค้ารายย่อยหลังการส่งมอบรถยนต์คันแรกเสร็จสิ้นลง

ด้านยอดเงินฝากมีจำนวน 10.28 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.54 หมื่นล้านบาท จากเดือนก่อนหน้า สอดคล้องกับการทยอยออกแคมเปญเงินฝากของธนาคาร ขณะที่ตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม อยู่ที่ระดับ 8.05 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,000 ล้านบาท จากเดือนก่อนหน้า ทำให้เมื่อรวมเงินฝากกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืมแล้ว มีจำนวนทั้งสิ้น 11.09 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.94 หมื่นล้านบาท จากเดือนก่อนหน้า เติบโต 5.43% เร่งขึ้นเล็กน้อยจาก 5.27% ณ สิ้นเดือนก่อนหน้า

ขณะที่สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ไทยในเดือน ก.ค. เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า อันเป็นผลจากการหดตัวลงของเงินให้สินเชื่อ ขณะที่เงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินให้กู้ยืมยังคงเพิ่มขึ้น สะท้อนผ่านอัตราส่วนสินเชื่อรวมต่อเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม (Gross Loans to Deposits and Borrowings) ลดลงมาที่ระดับ 89.98% เทียบกับ 90.7% ณ สิ้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา

สำหรับสภาพคล่องในช่วงที่เหลือของปี ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ในช่วง 2 เดือนที่เหลือของไตรมาส 3 ปีนี้ สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์น่าจะพลิกกลับมาเติบโตได้ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ จากจุดต่ำสุดในช่วงไตรมาส 2 แม้ว่าอัตราการเติบโตจะไม่ได้ขยับเพิ่มขึ้นจากระดับ 5.75% ในเดือน มิ.ย.มากนัก โดยแรงขับเคลื่อนสินเชื่อหลักคงมาจากลูกค้าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่น่าจะมีความต้องการเบิกใช้สินเชื่อเพื่อเงินทุนหมุนเวียนมากขึ้น และคาดว่าความต้องการสินเชื่อของลูกค้ารายย่อยจะยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง นำโดยสินเชื่อที่อยู่อาศัย ที่ได้รับแรงหนุนจากความต้องการที่อยู่อาศัยที่แท้จริงและอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำเป็นหลัก

ส่วนด้านเงินฝากนั้น คาดว่าจะยังเห็นธนาคารพาณิชย์ออกแคมเปญเงินฝากทั้งระยะสั้นและระยะยาวที่ให้ผลตอบแทนจูงใจ เพื่อรักษาฐานลูกค้าและกักตุนสภาพคล่องไว้ จากแนวโน้มสินเชื่อที่เติบโตดีขึ้น ช่วยหนุนให้สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ช่วงไตรมาส 3 ค่อนข้างทรงตัวหรือเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 อย่างไรก็ดีธนาคารพาณิชย์คงติดตามสถานการณ์ด้านสภาพคล่องในระบบการเงินไทยอย่างใกล้ชิด เนื่องจากจะมีผลต่อการวางกลยุทธ์ระดมเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ โดยประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความต้องการใช้สภาพคล่องของผู้เล่นอื่นในตลาดการเงิน ทั้งภาครัฐ (ผ่านการออกพันธบัตรและการใช้กลไกสถาบันการเงินเฉพาะกิจ) และภาคเอกชน (ผ่านการออกตราสารทางเลือกอื่นๆ) เพื่อรองรับการลงทุนในอนาคต ทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางประเทศแกนหลัก ตลอดจนเครื่องชี้เศรษฐกิจไทยที่สำคัญ เพราะมีผลเชื่อมโยงมาถึงกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย และทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของไทยในระยะถัดไป

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน