
ชมรมวิศวะฯจุฬาเสนอแนวทางปฏิรูปพลังงานรอบด้าน
ย้ำปตท.ต้องคืนท่อก๊าซฯบนบกและในทะเลคืนคลัง ชงยกเลิกระบบสัมปทานปิโตรเลียมมาใช้ระบบแบ่งปันผลผลิต พร้อมเปิดเผยสัญญาสัมปทานทั้งหมด
ย้ำปตท.ต้องคืนท่อก๊าซฯบนบกและในทะเลคืนคลัง ชงยกเลิกระบบสัมปทานปิโตรเลียมมาใช้ระบบแบ่งปันผลผลิต พร้อมเปิดเผยสัญญาสัมปทานทั้งหมด
นางสิริพร ไศละสูต วิศวกรจุฬาฯ 2507 และ อดีตอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พ.พ.) เปิดเผยในงานเสวนาวิชาการ "การปฏิรูปพลังงานเพื่อประชาชนอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน" ว่า เสนอให้บริษัท ปตท.ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดและตามความเห็นของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ในการดำเนินงานเกี่ยวกับแบ่งทรัพย์สินและกรรมสิทธิ์ของท่อก๊าซทั้งบนบกและในทะเล ซึ่งกรณีท่อก๊าซฯบนบกควรเรียกเก็บค่าเช่าพื้นที่วางท่อตามแนวท่อทั้งหมดและท่อในทะเลต้องส่งมอบคืนคลังทั้งหมดด้วย
ทั้งนี้กำหนดให้มีผู้รับผิดชอบในการติดตามและดูแลผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง ของท่อก๊าซฯ ด้วย ส่วนประเด็นท่อก๊าซฯในทะเลที่ยังมีการถกเถียงว่าต้องคืนหรือไม่นั้น อยากให้มองว่าในเมื่อแปลงสัมปทานปิโตรเลียมอยู่ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของราชอาณาจักรไทยตามประกาศเมื่อวันที่ 23 ก.พ.2524 ครอบคลุม 200 ไมล์ทะเล ท่อเป็นอุปกรณ์ที่ต่อจากหลุมควรจะเป็นของใคร คำตอบคือควรเป็นของคนไทย ดังนั้นปตท.ต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุดต้องโอนในทะเลด้วยไม่สามารถอ้างว่าอยู่นอกเขต12ไมล์ทะเลที่เป็นอาณาเขตประเทศไทย
นอกจากนี้ยังขอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)สั่งการให้กรมเชื้อเพลิงเปิดเผยสัญญาสัมปทานทั้งหมด พร้อมขอให้ยุติการออกสัมปทานในรอบใหม่จนกว่าจะมีการแก้ไขระบบสัมปทานให้เป็นระบบแบ่งปันผลประโยชน์ ในขณะที่สัมปทานไทยแลนด์1ที่กำลังจะหมดอายุและมีแหล่งสำรองปิโตรเลียมสูงต้องให้เปลี่ยนเป็นสัญญาจ้างผลิตเพื่อความมั่นคง
นายนพ สัตยาศัย ประธานชมรมกลุ่มวิศวฯจุฬาร่วมปฏิรูปประเทศไทย กล่าวว่าได้เสนอแนวทางลดการผูกขาดของธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันและโรงแยกก๊าซฯดังนี้1. รัฐต้องออกกฏหมายลดสิทธิความเป็นรัฐวิสาหกิจของปตท.โดยดึงอำนาจมหาชนจากรัฐออกมาจากรัฐวิสาหกิจที่แปรรูปแล้ว ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดเพื่อขจัดการผูกขาดทางการค้า2. จัดตั้งองค์กรปิโตรเลียมแห่งชาติรัฐถือหุ้น100% รับโอนท่อก๊าซฯจากปตท.ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐ
3.แก้ไขนโยบายการกำหนดนโยบายราคาหน้าโรงกลั่นที่เหมาะสมคือต้นทุนน้ำมันดิบ บวกค่าการกลั่น และภาษีต่างๆเป็นราคาหน้าโรงกลั่นที่เป็นจริง 4.ยกเลิกการชดเชยการนำเข้าก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) จากต่างประเทศ โดยให้ทางผู้ประกอบการอุตสาหกรรมปิโตรเคมีรับภาระเองในกรณีที่ก๊าซฯอ่าวไทยไม่เพียงพอต่อการใช้
อย่างไรก็ตามขอให้คสช.ตระหนักว่าในการปฏิรูปพลังงานเพื่อประชาชนต้องให้ความสำคัญในการรักษาทรัพยากรปิโตรเลียม การจัดหาแหล่งพลังงานให้เพียงพอและการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ในภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนและความไม่แน่นอนของภาวะสงครามที่อาจเกิดขึ้น คสช.จึงไม่ควรหลงทางไปแนวคิดของกลุ่มธุรกิจพลังงานที่เป็นกลุ่มทุนนิยม ผู้ครอบงำกิจการพลังงานมานาน
ด้านนายตะวัน คงวัฒนานนท์ วิศวกรจุฬาฯ2520 กล่าวถึงการปรับโครงสร้างราคาเชื้อเพลิงในประเทศว่าควรยกเลิกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงปล่อยให้ราคาน้ำมันลอยตัวตามอุปทานและอุปสงค์ที่แท้จริง โดยรัฐต้องควบคุมต้นทุนผลิตและค่าใช้จ่ายที่ไม่เอาเปรียบประชาชน ซึ่งจะทำให้เกิดการแข่งขันเสรี
ภาพประกอบข่าว







