
ราคาพันธบัตรไทยลดลงเล็กน้อยตามพันธบัตรของสหรัฐ
ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (1822 ส.ค. 2557) มีมูลค่ารวม 314,651 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 62,930 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 12% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้วจะพบว่ากว่า 76% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 240,279 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 34,077 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 8,093 ล้านบาท หรือคิดเป็น 11% และ 3% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ
ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (1822 ส.ค. 2557) มีมูลค่ารวม 314,651 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 62,930 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 12% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้วจะพบว่ากว่า 76% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 240,279 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 34,077 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 8,093 ล้านบาท หรือคิดเป็น 11% และ 3% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ
สำหรับพันธบัตรรัฐบาล รุ่นที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก คือรุ่น LB196A (อายุ 4.8 ปี) LB296A (อายุ 14.8 ปี) และ LB155A (อายุ 0.8ปี) โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 10,839 ล้านบาท 7,198 ล้านบาท และ 3,207 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนพันธบัตรที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย คือรุ่น CB14N20B (อายุ 91 วัน) CB14909A (อายุ 14 วัน) และ CB14O30A (อายุ 69 วัน) มูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 27,239 ล้านบาท 26,197 ล้านบาท และ 15,565 ล้านบาท ตามลำดับ
ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชน ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร รุ่น CPF328A (AA) มูลค่าการซื้อขาย 417 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ รุ่น BGH233A (A+) มูลค่าการซื้อขาย 315 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท การบินไทย รุ่น THAI16DA (A+) มูลค่าการซื้อขาย 305 ล้านบาท
ราคาของพันธบัตรรัฐบาลอายุ 3 ปี ขึ้นไป ปรับตัวลดลงเล็กน้อย หรือผู้ซื้อจะได้ผลตอบแทน (Yield) เพิ่มขึ้นประมาณ 0.03-0.06% ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานตัวเลขจีดีพีของไทยในไตรมาส 2/2557 ขยายตัว 0.4% YOY (เทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อนหน้า) จากที่หดตัว 0.5% YOY ในไตรมาสก่อน พร้อมคาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2557 จะขยายตัว 1.52% ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการฟื้นตัวที่ดีขึ้นของเศรษฐกิจไทย และมีส่วนทำให้เม็ดเงินต่างชาติยังคงไหลเข้าสู่ตราสารหนี้ระยะยาวของไทย อย่างไรก็ตามภายหลังการเปิดเผยรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ครั้งล่าสุด ที่ส่งสัญญาณว่า เฟดอาจจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้มีเงินบางส่วนโยกออกจากพันธบัตรสหรัฐ และส่งผลให้ Yield ของพันธบัตรสหรัฐเพิ่มสูงขึ้น (ราคาลดลง) โดยเฉพาะในตราสารระยะยาว ซึ่งมีส่วนทำให้ Yield ของพันธบัตรไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นไปในทิศทางเดียวกัน
นักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิในตราสารหนี้ทุกประเภทรวมกัน 7,209 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น (อายุคงเหลือน้อยกว่า 1 ปี) 9,779 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว 2,569 ล้านบาท ทางด้านนักลงทุนรายย่อยมียอดซื้อสุทธิ 347 ล้านบาท







