posttoday
กล่องเครื่องประดับซบกัมพูชาลดต้นทุน

กล่องเครื่องประดับซบกัมพูชาลดต้นทุน

25 สิงหาคม 2557

อุตสาหกรรมของไทยที่ต้องใช้แรงงานเข้มข้น ต่างทยอยกันขยายฐานการผลิตในประเทศเพื่อนบ้านเป็นจำนวนมาก

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

อุตสาหกรรมของไทยที่ต้องใช้แรงงานเข้มข้น ต่างทยอยกันขยายฐานการผลิตในประเทศเพื่อนบ้านเป็นจำนวนมาก เพราะไทยมีปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก แต่ประเทศใกล้เคียงยังมีศักยภาพเพียงพอที่จะรองรับการลงทุนแบบนี้ได้

อัญชตรรถ เตชะมาถาวร กรรมการผู้จัดการบริษัท เทรเชอร์ บ๊อกซ์ ผู้ผลิตกล่องเครื่องประดับ กล่าวว่า เริ่มคิดออกไปลงทุนต่างประเทศตั้งแต่ไทย เริ่มมีปัญหาขาดแคลนแรงงานและมีค่าแรงสูงขึ้น โดยได้ลอง ศึกษา 2 ประเทศ คือ กัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งสุดท้ายเมื่อปี 2554 ตัดสินใจเข้าไปตั้งโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมโอเนียงในจังหวัดปอยเปต ประเทศกัมพูชา ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนไทยประมาณ 20 กิโลเมตร สามารถขนส่งสินค้าเข้าเมืองไทย เพื่อนำมาแยก ถ่ายสินค้าที่โรงงานของบริษัทที่ลาดกระบัง ก่อนส่งออกไปประเทศเป้าหมายผ่านทางท่าเรือลาดกระบัง โดยมีตลาดส่งออกหลักคือสหรัฐ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น

“เราเคยไปดูตลาดเวียดนามเหมือนกัน แต่มีปัญหาเรื่องขนส่งสินค้า ระบบโลจิสติกส์ กล่องเครื่องประดับเป็นสินค้าที่มีมูลค่าไม่สูง แต่ปริมาณมาก การขนส่งกินเนื้อที่มาก ต้นทุนด้านโลจิสติกส์จึงเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ต้องนำมาพิจารณา หากไปลงทุนในเวียดนามจะมีค่าขนส่งสินค้าสูงมาก จึงเลือกลงทุนที่กัมพูชา”

ทั้งนี้ โรงงานที่ประเทศกัมพูชามีการลงทุนมูลค่า 3040 ล้านบาท จ้างงานประมาณ 350 คน ค่าแรงงานน้อยกว่าจ้างที่เมืองไทย 50% โดยพนักงานเป็นชาวกัมพูชาเกือบทั้งหมด

สำหรับสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนที่ได้รับมีหลายประการ เช่น การนำเข้าเครื่องจักร วัตถุดิบ โดยไม่ต้องเสียภาษี การยกเว้นภาษีเงินได้ในช่วงสั้นๆ โดยในนิคมอุตสาหกรรมโอเนียง บริษัทส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตในอุตสาหกรรมสิ่งทอ เพราะต้องการใช้สิทธิประโยชน์จีเอสพีของญี่ปุ่น เพื่อส่งออกสินค้าไปตลาดสหรัฐและสหภาพยุโรป

อย่างไรก็ตาม การมองภาพจากภายนอกกับการเข้าลงทุนจริงๆ อาจมีจุดแตกต่างกันบ้าง โดยเฉพาะเรื่องของแรงงาน ที่ อัญชตรรถ บอกว่า กลายเป็นข้อจำกัดสำหรับการลงทุนเช่นกัน แม้ว่ากัมพูชาจะมีแรงงานจำนวนมาก แต่เมื่อเข้าไปลงทุนจริงกลับพบว่าจำนวนแรงงานไม่มีมากพอเท่าที่คาดหวังไว้ โดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะชาวกัมพูชาบริเวณชายแดนมักเลือกเข้ามาทำงานในเมืองไทย เพราะข้ามแดนมาได้สะดวก

“ปัจจัยดังกล่าว ทำให้โรงงานในกัมพูชาหาแรงงานยากเหมือนกัน แรงงานมีอัตราการเปลี่ยนงานสูง ทำให้โรงงานยังไม่สามารถเดินเครื่องการผลิตได้เต็มที่ตามเป้าหมายที่วางไว้ ปัจจุบันมีกำลังผลิตเพียง 5060% ของกำลังการผลิตจริง เพราะการผลิตกล่องเครื่องประดับต้องใช้แรงงานฝีมือและต้องมีการฝึกฝนพนักงาน”

ขณะที่ปัจจัยอื่นๆ ที่หลายคนกังวล เช่น เรื่องกฎระเบียบการลงทุนกลับไม่มีปัญหา ระบบโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นของกัมพูชาก็มีการพัฒนาให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้แนวโน้มการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในกัมพูชาเพิ่มขึ้น เช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น มาเลเซีย ที่เข้าไปลงทุนในกัมพูชามากกว่านักลงทุนไทย

นอกจากศึกษาเรื่องการลงทุน กฎระเบียบต่างๆ แล้ว อัญชตรรถ มองว่า การเรียนรู้วัฒนธรรมของคนท้องถิ่นก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน และตนเองก็ได้เรียนภาษาเขมร ทำให้สามารถสื่อสารกับพนักงานได้ด้วย

“การไปอยู่ที่ไหนก็ควรเข้าใจภาษาท้องถิ่น เพื่อ ที่จะได้เข้าใจวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ อย่าง แท้จริง” อัญชตรรถ กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน