
คนน้อยไม่ใช่ปัญหา
แรงงานขาดแคลน เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้บริษัทจำนวนมากต่างพากันทยอยออกไปหาแหล่งลงทุนในต่างประเทศ เพราะมองว่าตอนนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่การเป็นสังคมสูงอายุ อีกทั้งคนไทยยังไม่ยอมทำงานระดับล่างอีกต่อไป
แรงงานขาดแคลน เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้บริษัทจำนวนมากต่างพากันทยอยออกไปหาแหล่งลงทุนในต่างประเทศ เพราะมองว่าตอนนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่การเป็นสังคมสูงอายุ อีกทั้งคนไทยยังไม่ยอมทำงานระดับล่างอีกต่อไป
ผลการวิเคราะห์โดยใช้แบบจำลองดุลยภาพทั่วไปเกี่ยวกับผลกระทบของการร่วมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่มีต่อระบบเศรษฐกิจไทย และผลกระทบจากการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตโดยรวม ซึ่งจัดทำโดยศูนย์บริการวิชาการเศรษฐศาสตร์ของคณะเศรษฐศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการแรงงานในระบบประมาณ 3536 ล้านตำแหน่ง แต่ในอนาคตจะต้องการแรงงานมากถึง 4647 ล้านตำแหน่ง และการเปิดเออีซีอย่างสมบูรณ์แบบนั้นยิ่งทำให้เราต้องใช้แรงงานมากขึ้นอีก
อย่างที่รู้กันว่า จำนวนคนวัยทำงานของไทยลดน้อยลงทุกวัน ดังนั้นเราจึงต้องพึ่งพาแรงงานต่างด้าวเป็นหลัก โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานไร้ฝีมือ แต่เมื่อประเทศเพื่อนบ้านเดินหน้าพัฒนามากขึ้น ก็มีความเป็นไปได้ว่าในอนาคต แรงงานต่างด้าวบางส่วนอาจเลือกกลับไปทำงานที่บ้านเกิดเมืองนอนแทน
ท่ามกลางข้อจำกัดที่มากขึ้นเรื่อยๆ ผู้ทำวิจัยยังได้ให้ความหวังเล็กๆ ว่า เพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว หากไทยสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้ปีละ 1% จะช่วยลดความต้องการแรงงานต่างด้าวลงได้
จะว่าไปแล้ว เรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต หรือ productivity เป็นสิ่งที่เราพูดถึงกันมานาน แต่อาจจะยังไม่ได้ลงมือดำเนินการอย่างจริงจัง แต่เมื่อถูกบีบคั้นด้วยปัญหาขาดแคลนแรงงานมากขึ้นเรื่อยๆ ดิฉันเชื่อว่าอาจจะทำให้เกิด “จุดเปลี่ยน” ได้ค่ะ
สำหรับเรื่องนี้ก็มีเรื่องเล่าจากผู้จัดการโรงงานผลิตสินค้าที่ต้องอาศัยแรงงานเข้มข้นและต้องอาศัยฝีมือพอสมควร ซึ่งดิฉันว่าเขามีแนวคิดที่น่าสนใจดี
เขาบอกว่าบริษัทมีโรงงานอยู่ในเมืองไทยหลายแห่ง แต่เมื่อค่าแรงเพิ่มและแรงงานหายากขึ้น ก็ตัดสินใจออกไปลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งก็อยู่ในแถบเอเชียนี่แหละค่ะ โดยข้อดีของประเทศนั้น ก็คือ ค่าแรงถูกกว่าทั้งในส่วนของแรงงานระดับล่างและระดับบริหาร ส่วนต้นทุนอื่นๆ ก็พอๆ กับเมืองไทย
ตอนนี้โรงงานในต่างประเทศมีคนงานรวมประมาณ 390 คน แต่ในอนาคตบริษัทมีแผนจะปรับลดจำนวนพนักงานลง โดยจะเน้นที่ความสามารถในการผลิตของแรงงานแต่ละคนมากกว่า
ผู้จัดการบอกว่า บริษัทยอมจ้างคนที่มีความสามารถในการผลิตสูง แล้วให้ค่าจ้างสูงกว่าโรงงานทั่วไป ดีกว่าจ่ายค่าจ้างถูกๆ หรือเท่ากับอัตราทั่วไป แต่กลับได้คนผลิตงานได้น้อย แถมบางครั้งยังมีอัตราเปลี่ยนงานสูงอีกต่างหาก เพราะพอเจอที่ไหนให้เงินเดือนมากกว่าก็จะย้ายงาน
ว่าไปแล้ว ก็คงเป็นแนวคิดที่หลายๆ องค์กรใช้ เพื่อดึงดูดและรักษาคนมีความสามารถให้อยู่กับองค์กรนานๆ ซึ่งต้องยอมรับว่า ผลตอบแทนเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสร้างแรงกระตุ้น และเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตของคนได้ค่ะ
นอกจากนี้แล้ว ก็ยังมีอีกหลายวิธีที่จะช่วยเพิ่มความสามารถในการผลิตได้ เช่น การใช้นวัตกรรมเพื่อเพิ่มคุณภาพของสินค้าและบริการ การลงทุนฝึกอบรมทักษะของพนักงานอย่างสม่ำเสมอ ให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม รวมถึงการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรและเทคโนโลยีการผลิตให้ทันสมัย
ไม่ว่าจะเลือกทางไหน หรือผสมผสานทุกวิธีเข้าด้วยกัน ตอนนี้ต้องบอกว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องจริงจังกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเสียที ถ้าเราทำได้ การมีแรงงานจำนวนน้อย ก็จะไม่ใช่ปัญหาใหญ่ของเราอีกต่อไป







