
ลีลาผู้ส่งออกข้าว
สต๊อกข้าวในโครงการรับจำนำข้าวตันละ 1.5 หมื่นบาท ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่บวมโป่งทับประเทศไทยอยู่ร่วม 18 ล้านตัน และมีการประเมินว่าจะต้องใช้เวลาในการขายข้าวอย่างน้อย 3 ปี จึงจะหมด ได้กดดันราคาข้าวไทยอย่างหนัก เพราะยิ่งขายราคายิ่งต่ำ
สต๊อกข้าวในโครงการรับจำนำข้าวตันละ 1.5 หมื่นบาท ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่บวมโป่งทับประเทศไทยอยู่ร่วม 18 ล้านตัน และมีการประเมินว่าจะต้องใช้เวลาในการขายข้าวอย่างน้อย 3 ปี จึงจะหมด ได้กดดันราคาข้าวไทยอย่างหนัก เพราะยิ่งขายราคายิ่งต่ำ
ล่าสุด ชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า สมาคมได้เสนอให้กรมการค้าต่างประเทศในฐานะคณะทำงาน ระบายข้าว พิจารณามาตรการส่งเสริมการระบายข้าวสต๊อกรัฐบาลใหม่ โดยขอให้เอกชนที่มีคำสั่งซื้อข้าวฤดูกาลใหม่ หรือปีการผลิต 2557/2558 จากต่างประเทศ สามารถนำคำสั่งซื้อดังกล่าว มาใช้สิทธิในการซื้อข้าวสารสต๊อกรัฐบาลในราคาพิเศษ
ชูเกียรติเชื่อว่ามาตรการนี้จะสร้างแรงจูงใจให้กับผู้ส่งออกไปหาตลาดรองรับข้าวฤดูกาลใหม่ เพื่อผลักดันให้ราคาข้าวไทยสูงขึ้น
“ข้อเสนอดังกล่าวต้องรอความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการข้าว (นบข.) หากอนุมัติก็จะร่วมกันในการพิจารณาอัตราส่วนที่จะได้รับส่วนลดว่าควรเป็นเท่าไหร่ แต่เชื่อว่าจะช่วยให้รัฐขายข้าวออกในสต๊อกได้เพิ่มอีก 22.5 แสนตัน” ชูเกียรติ กล่าว
สำหรับสถานการณ์ส่งออกข้าวขณะนี้ ประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนาม มีปริมาณข้าวออกมาไม่มาก จึงเป็นโอกาสที่ไทยสามารถทำตลาดต่างประเทศง่ายขึ้น
ที่สำคัญราคาข้าวไทยก็อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าเวียดนาม จึงทำให้น่าจะ ส่งออกได้มากขึ้น โดยเฉพาะข้าวขาว 5% ในเดือน ส.ค. ของไทยอยู่ที่ 447 เหรียญสหรัฐ/ตัน เวียดนามอยู่ที่ 460 เหรียญสหรัฐ/ตัน ซึ่งมาจากปริมาณข้าวในประเทศเวียดนามลดลงมาก จากการขายข้าวไปตาม ชายแดนจีน แต่ไม่ได้มีการบันทึกส่งออกไว้
ขณะที่ เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ขณะนี้ไทยสามารถส่งออกข้าวเฉลี่ยเดือนละ 7 แสนตัน คาดว่าทั้งปีส่งออกได้ 9-10 ล้านตัน เนื่องจากความต้องการข้าวในตลาดโลกมีสูงขึ้น โดยข้าวเปลือกขายได้ตันละ 8,3008,500 บาท ราคาส่งออกอยู่ที่ 450 เหรียญสหรัฐ/ตัน
“ราคาข้าวขณะนี้เป็นไปตามกลไกตลาดอย่างแท้จริง รวมทั้งประเทศคู่แข่งในการส่งออกข้าวอย่างเวียดนามก็มีผลผลิตเหลืออยู่น้อย เพราะก่อนหน้านี้ได้เร่งระบายข้าวในโกดังออกไปเกือบหมดแล้ว ดังนั้นหากมีคำสั่งซื้อออกมาใหม่เวียดนามอาจไม่มีผลผลิตข้าวเพียงพอที่จะนำออกมาสู่ตลาด เพราะเวียดนามได้สต๊อกข้าวไว้ในโกดังเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น จึงเป็นไปได้ว่าเวียดนามจะยังไม่มีการระบายข้าวออกมาสู่ตลาดแข่งกับไทย”
นายเจริญ กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ จีน มีความต้องการนำเข้าข้าวจากประเทศผู้ส่งออกรวมไม่ต่ำกว่า 5 แสนตัน ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีที่ไทยจะใช้ช่องทางนี้ในการส่งออกข้าว ขณะเดียวกันไทยยังมีสัญญาการส่งมอบข้าวให้กับทางการจีนอีก 1 แสนตัน ให้กับบริษัทคอฟโก ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของจีนตามการลงนามขายข้าวจีทูจีจำนวน 1 ล้านตัน และที่ผ่านมาในสัญญานี้ไทยส่งข้าวเพียง 1 แสนตันเท่านั้น







