
PIGGIPO ใช้บัตรเครดิตไม่ให้เป็นหนี้
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
หากคิดจะเริ่มต้นทำธุรกิจใหม่สักอย่างมักต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล ซึ่งไม่ง่ายสำหรับผู้ที่มีทุนน้อย แต่สำหรับบริษัทเทคโนโลยีประเภทบริษัทเกิดใหม่ (สตาร์ทอัพ) ยังพอมีหวังจะปั้นธุรกิจและขยายให้ก้าวหน้าได้ เพราะหากแนวคิดดีอาจมีนักลงทุนรายใหญ่ๆ เข้ามาช่วยสนับสนุนเงินทุน หนึ่งในนั้นก็คือ บริษัท เนเวอร์ซิทอัพ ผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่น PIGGIPO (พิกกิโปะ) สตาร์ทอัพของคนไทยที่น่าจับตา
สุพิชญา สูรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนเวอร์ซิทอัพ ผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่น PIGGIPO เปิดเผยว่า การพัฒนาแอพพลิเคชั่นนี้เกิดมาจากสมัยเรียนมหาวิทยาลัยเห็นญาติและคนรอบข้างอื่นๆ มีปัญหาเป็นหนี้บัตรเครดิตมาก เพราะมีบัตรเครดิตหลายใบ ทำให้ไม่รู้ว่าใช้จ่ายผ่านบัตรใบไหนไปเท่าไหร่ จึงต้องการหาทางออกให้คนเหล่านี้เพื่อแก้ปัญหาหนี้บัตรเครดิต จนออกมาเป็นแนวคิดการพัฒนาแอพพลิเคชั่นบริหารจัดการการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต
ก่อนจะเป็นแอพพลิเคชั่นนี้ใช้เวลาศึกษาและเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตนานนับปี จนกระทั่งปีที่ผ่านมาเริ่มพัฒนาแอพพลิเคชั่นบริหารจัดการการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตขึ้น เมื่อทำไประยะหนึ่งมองเห็นว่า มีศักยภาพจะพัฒนาให้ประสบความสำเร็จทางธุรกิจ จึงตัดสินใจดึงผู้เชี่ยวชาญด้านการทำแอพพลิเคชั่นเข้ามาดูแลด้านเทคนิค ปัจจุบันมีทีมงานที่ทำแอพพลิเคชั่น 7 คน
แอพพลิเคชั่น PIGGIPO ใช้รูปหมูสีเขียวเป็นสัญลักษณ์ เนื่องจากเมื่อนึกถึงการออมเงิน มักนึกถึงกระปุกออมสิน ซึ่งมีรูปหมูเป็นสัญลักษณ์ ภายในแอพจะให้ผู้ใช้งานกรอกรายละเอียดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตทุกครั้งที่มีการใช้จ่าย เพื่อให้ผู้ใช้ทราบยอดรวมของบัตรแต่ละใบที่ตัวเองใช้จ่ายไป โดยไม่จำเป็นต้องเก็บสลิปบัตรเครดิตเป็นปึกใหญ่ๆ พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลออกมาเป็นกราฟให้ดูได้ทางเว็บไซต์ชื่อเดียวกัน รวมทั้งช่วยคำนวณวิธีการจ่ายเงินบัตรเครดิตที่จะทำให้เป็นหนี้น้อยที่สุด
กรณีที่ใช้จ่ายมากผ่านบัตรหลายใบ หรือมีการผ่อนชำระสินค้าบางอย่างในบัตรบางใบอยู่ เพื่อให้เสียดอกเบี้ยน้อยที่สุด เพราะจากการสำรวจพบว่า ผู้ใช้บัตรเครดิตคนไทยมีมากกว่า 4 ล้านคนมักชำระหนี้บัตรเครดิตไม่เต็มจำนวน และเป็นหนี้บัตรเครดิตอยู่ คิดเป็นครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ใช้บัตรเครดิตโดยรวมในไทยเลยทีเดียว
นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชั่นวิเคราะห์การใช้จ่ายด้วยว่าหมดไปกับเรื่องอะไรมาก พร้อมเตือนรายจ่ายในอนาคตที่จะมีจากการที่ผู้ใช้เลือกแบ่งผ่อนชำระไว้ และประเมินเวลาจ่ายหนี้หมด ปัจจุบันมียอดดาวน์โหลดรวม 6 หมื่นครั้ง เป็นอันดับ 1 แอพพลิเคชั่นด้านการเงินที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุดในแอพสโตร์ สิ้นปีนี้คาดว่าจะเพิ่มเป็น 2 แสนครั้ง
ที่น่าภูมิใจคือ PIGGIPO ได้รางวัลดิจิทัล วินเนอร์ จากโครงการ dtac Accelerate ค้นหาสุดยอดสตาร์ทอัพเพื่อไปร่วมโครงการ Black Box ซิลิคอน วัลเล่ย์ อีกทั้งอยู่ระหว่างเจรจากับสถาบันการเงินรายใหญ่ 3 ราย เพื่อเข้ามาเป็นพันธมิตร ส่วนช่องทางรายได้จะมาจากการขายโฆษณาเป็นหลัก เน้นไปที่สถาบันการเงิน และรายได้อีกช่องทางจะมาจากการขายผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายบัตรเครดิตให้กับสถาบันการเงิน
ซึ่งต้องการจะหาช่องทางนำเสนอโปรโมชั่นบัตรเครดิตให้กับลูกค้าอยู่แล้ว ในอนาคตอาจพัฒนาฟีเจอร์สำหรับค้นหาโปรโมชั่นบัตรเครดิตแต่ละใบ เพื่อตอบสนองความต้องการลงโฆษณาได้ดี และเป็นผลดีต่อผู้ใช้แอพพลิเคชั่นจะได้รู้ด้วยว่า หากใช้บัตรเครดิตใบใดในพื้นที่ไหน จะได้โปรโมชั่นคุ้มค่าที่สุด
รายได้อีกช่องทางจะมาจากการขายผลสำรวจให้กับสถาบันการเงิน เนื่องจาก PIGGIPO จะทราบพฤติกรรมการใช้จ่ายบัตรเครดิตของลูกค้าหลายๆ ราย สามารถนำมาวิเคราะห์ออกมาเป็นข้อมูลสำคัญให้สถาบันการเงินได้ โดยที่ข้อมูลเหล่านี้อาจหาไม่ได้จากบริษัทวิจัยอื่นๆ
ปัจจุบันมีนักลงทุนจากต่างประเทศที่สนใจมาร่วมลงทุนใน PIGGIPO แล้ว ส่วนแผนในอนาคต หากทำในไทยได้ดีแล้ว จะนำไปขยายสู่ตลาดต่างประเทศ เน้นไปที่ตลาดที่มีพฤติกรรมการใช้จ่ายเหมือนคนไทย มีปัญหาเรื่องหนี้บัตรเครดิต เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์
“การทำสตาร์ทอัพนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือความตั้งใจทำสิ่งที่ทำอยู่ให้ดีที่สุด มุ่งมั่นว่าต้องทำให้สำเร็จ ไม่ยอมแพ้ ทุกคนบอกเสมอว่าอยากจะประสบความสำเร็จ แต่จะมีสักกี่คนที่พยายามทำจริงๆ” สุพิชญา กล่าว
นี่เป็นเพียงหนึ่งในตัวอย่างของสตาร์ทอัพสายพันธุ์ไทย ยังมีสตาร์ทอัพอีกมากที่พยายามพัฒนาศักยภาพเพื่อไปสู่ตลาดโลก







