
‘วีโว่’มือถือจีนทุ่มบุกไทย วาดเป้า3ปีขึ้น1ใน3ผู้นำ
วีโว่ ลุยนอกแดนมังกร สยายปีกอาเซียน ตั้งเป้า 3 ปี รั้ง 1 ใน 3 ตลาดมือถือไทย
วีโว่ ลุยนอกแดนมังกร สยายปีกอาเซียน ตั้งเป้า 3 ปี รั้ง 1 ใน 3 ตลาดมือถือไทย
นายเหยา ยี หมิง กรรมการผู้จัดการ บริษัท วีโว่ ประเทศไทย ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนแบรนด์วีโว่ เปิดเผยว่า จากนี้จะเร่งขยายธุรกิจสมาร์ทโฟนวีโว่สู่ตลาดเอเชีย ละตินอเมริกา และยุโรป เริ่มจากตลาดอาเซียนเป็นหลักและให้ความสำคัญกับตลาดไทย เพราะมีอัตราเติบโตที่ดี จากเทคโนโลยี 3จี และ 4จี เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น คาด 3 ปีทุ่มงบตลาด 300-400 ล้านบาท
นอกจากนี้ จะเดินหน้าขยายตลาดมาเลเซีย อินโดนีเซีย และพม่า รวมทั้งวางแผนสร้างโรงงานแห่งที่ 2 ในอินเดีย เพื่อขยายกำลังผลิตรองรับการเติบโต จากปัจจุบันมีโรงงานแห่งเดียวในจีน
สำหรับการทำตลาดในไทย จะมุ่งเจาะตลาดสมาร์ทโฟนระดับกลางถึงบน ราคาเริ่มต้น 5,000-2 หมื่นบาท เน้นกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่น ล่าสุดได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนระดับบนรุ่น Xshot ราคา 1.69 หมื่นบาท และเตรียมเปิดตัว Xplay3S ราคา 1.9 หมื่นบาท ในเดือน ก.ย.นี้ ส่วนปีหน้าจะเปิดตัวสินค้ารุ่นไฮไลต์ของวีโว่ 6-7 รุ่นใหม่ ที่ออกแบบและพัฒนาให้สอดรับกับพฤติกรรมการใช้งานของคนไทย
ขณะเดียวกัน จะเร่งขยายช่องทางจำหน่ายเพิ่มมากขึ้น โดยขณะนี้เริ่มนำสินค้าเข้าไปจำหน่ายในช็อปเอเอสไอ ดีแทค ทรู และเจมาร์ท ในสัดส่วน 25% และผ่านตัวแทนจำหน่าย 400 ราย คิดเป็น 70% ส่วนอีก 5% จะจำหน่ายผ่านช็อปวีโว่ที่เตรียมเปิดช็อปแห่งแรกที่เซ็นทรัลเวิลด์เดือน ก.ย.นี้ และเตรียมขยายช่องทางออนไลน์
“สมาร์ทโฟนวีโว่จะชูความโดดเด่นรูปลักษณ์ เพรียวบาง และระบบเสียงไฮไฟ รวมทั้งฟังก์ชั่นการถ่ายภาพที่คนไทยให้ความสำคัญในการเลือกซื้อสมาร์โฟน ดูจากการแชร์ภาพผ่านโซเชียลมีเดียปี 25552556 มีถึง 18 ล้านคน หรือแชร์รูปราว 1.24 แสนรูป/วัน” นายหมิง กล่าว
ทั้งนี้ วีโว่ได้เข้ามาเปิดตลาดในไทยเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ขณะที่ปีนี้ตั้งเป้ายอดขาย 1 แสนเครื่อง และคาดว่าอีก 3 ปีข้างหน้า จะมีส่วนแบ่ง 58% ติดอันดับ 1 ใน 3 ของตลาด จากปัจจุบันผู้นำตลาดสมาร์ทโฟนเป็นแบรนด์ซัมซุง ครองส่วนแบ่ง 60% แอปเปิ้ล 13% และไอโมบาย 7%
แบรนด์วีโว่เป็นสมาร์ทโฟนจากประเทศจีนที่ติดอันดับ 1 ใน 5 ของตลาดด้วยส่วนแบ่ง 8% ในปี 2556 มียอดขาย 15 ล้านเครื่อง สร้างรายได้ 1,500 ล้านบาท ตั้งเป้า 5 ปีจากนี้จะเพิ่มรายได้ตลาดต่างประเทศจาก 15% เป็น 50% และลดสัดส่วนยอดขายในจีนจาก 85% เหลือ 50%







