รับมือวิชาชีพไทยไหลไปนอก
หลังเออีซีปี’58วิศวกร-แพทย์เนื้อหอม แนะเร่งทำมาตรฐานนายหน้ากันโกง
หลังเออีซีปี’58วิศวกร-แพทย์เนื้อหอม แนะเร่งทำมาตรฐานนายหน้ากันโกง
วิศวกรไทยเนื้อหอม หลังเปิดเออีซี แนะต่างชาติลงทุนอสังหาฯ ไทย คอนโดมิเนียมสะดวกสุด
นายไพโรจน์ สุขจั่น ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท บัวทอง พร็อพเพอร์ตี้ และอดีตนายกสมาคมการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี คาดว่าจะทำให้กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพเฉพาะของไทย เช่น วิศวกร แพทย์ ทันตแพทย์ ฯลฯ ได้รับการทาบทามจากกลุ่มทุนต่างชาติให้ไปร่วมงานในต่างประเทศมากขึ้น รองรับการขยายตัวในแถบภูมิภาคซึ่งเป็นผลจากการที่สถาบันการศึกษาชั้นนำของไทยเป็นที่ยอมรับในแถบอาเซียนทำให้บุคลากรวิชาชีพจึงได้รับการยอมรับในภูมิภาคนี้ด้วย
ขณะที่ความต้องการบุคลากรวิชาชีพเหล่านี้ในไทยก็สูงขึ้น ซึ่งหากแรงงานวิชาชีพไหลออกต่างประเทศมากขึ้น เพราะได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่า น่าเป็นห่วงว่าองค์กรของไทยเตรียมรับมือไว้แล้วหรือไม่ ส่วนการสนับสนุนของภาครัฐเกี่ยวกับการเปิดเออีซี ทั้งในเรื่องการศึกษา เศรษฐกิจ การเมือง และกฎหมาย ยังไม่เห็นเป็นรูปธรรม มีผลทำให้ต่างชาติยังไม่มั่นใจที่จะเข้ามาลงทุนไทย โดยเฉพาะเรื่องภาษาต่างประเทศ ไม่ใช่แค่ภาษาอังกฤษ แต่รวมไปถึงภาษาจีน ญี่ปุ่น รัสเซีย ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มเข้ามาในไทยมากขึ้น”นายไพโรจน์กล่าว
นอกจากนี้ ยังควรเร่งออกมาตรฐานวิชาชีพสำหรับนายหน้า ซึ่งมีความสำคัญมาก เพื่อให้ระบบการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ของไทยมีมาตรฐาน ป้องกันการเอาเปรียบ ผู้ซื้อไม่ถูกผู้ขายหลอก ส่วนนายหน้าต่างชาติ ก็จะเข้ามาอย่างเป็นระบบ ไม่เหมือนปัจจุบันที่แห่เข้ามาอย่างไม่มีขอบเขต โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยว เช่น พัทยา ภูเก็ต จะมีนายหน้ารัสเซียยึดครองตลาด และกำลังข้ามไปหัวหิน ส่วนเชียงใหม่ก็เริ่มมีนายหน้าชาวจีนมากขึ้น
“ประเด็นเรื่องมาตรฐานวิชาชีพเป็นสิ่งที่พูดถึงและพยายามผลักดันมานาน แต่ยังไม่สำเร็จ ถึงเวลาแล้วที่ควรเร่งผลักดันเรื่องนี้ให้สำเร็จ” นายไพโรจน์ กล่าว
นายประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย กล่าวว่า ต่างชาติจะเข้ามาลงทุนอสังหาริมทรัพย์ไทยไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากยังมีข้อจำกัดอีกมาก โดยเฉพาะกฎหมายการถือครองที่ดิน ทำให้การลงทุนในคอนโดมิเนียมสะดวกมากที่สุด ซึ่งคาดว่าเออีซีจะมีนักลงทุนสนใจคอนโดมิเนียมในไทยมากขึ้น ส่วนการไปลงทุนในต่างประเทศ ก็มีโอกาส เพราะอัตราดอกเบี้ยของไทยต่ำกว่าหลายประเทศในอาเซียน ทำให้ลงทุนแล้วคุ้มค่า เช่น ศุภาลัย ลงทุนซื้อตึกสำนักงานให้เช่าที่มีคนเช่าอยู่แล้วที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ต้นทุนดอกเบี้ยศุภาลัยอยู่ที่ 4% ได้ผลตอบแทน 8% ถือว่าคุ้ม
อย่างไรก็ตาม การไปลงทุนต่างประเทศ ต้องศึกษาเรื่องกฎหมายให้รอบคอบ เพราะมีรายละเอียดปลีกย่อยที่อาจจะไม่รู้มาก่อนและไม่คาดฝัน รวมถึงมีความผันผวนในเรื่องค่าเงิน







