
เปิดห้องภาษาไทยรับกระแสฮิตในกัมภูชา
โดย...ดร.พิสุทธิ์พงศ์ เอ็นดู
โดย...ดร.พิสุทธิ์พงศ์ เอ็นดู
อาจารย์ประจำสาขาวิชาภาษาศาสตร์
คณะเทคโนโลยีการจัดการ
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์
ปี 2558 จะมีการรวมประชาคมอาเซียนอย่างสมบูรณ์ หลายประเทศก็เตรียมความพร้อมและมาตรการต่างๆ เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงที่จะเข้ามา โดยหนึ่งในนั้นก็คือการเตรียมพร้อมด้านภาษา
สำหรับในกัมพูชาแล้ว ภาษาไทยเป็นอีกภาษาหนึ่งที่คนท้องถิ่นนิยมเรียน ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาไทยในประเทศกัมพูชาให้เป็นที่รู้จักและเป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ ได้ส่งบุคลากรไปสอนภาษาไทยที่มหาวิทยาลัยพระตะบอง (University of Battambang) จังหวัดพระตะบอง ประเทศกัมพูชา เป็นเวลา 1 เดือน
ห้องเรียนภาษาไทยเฉพาะกิจครั้งนี้เปิดสอนสัปดาห์ละ 5 วัน คือ วันจันทร์ศุกร์ แต่ละวันแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ เวลา 14.00-16.00 น. และ เวลา 16.00-18.00 น. แต่ละช่วงจะมีนักศึกษาชาวกัมพูชาจำนวนมากสนใจเข้ามาเรียน
กง โซ๊ะแก นักศึกษาสาขาวิชาบัญชี ปีที่ 1 บอกว่า ชาวกัมพูชารุ่นใหม่ในเมืองพระตะบองจำนวนมากสนใจและอยากเรียนภาษาไทย นักเรียนที่ฐานะค่อนข้างดีจะเลือกเรียนภาษาไทยตามโรงเรียนสอนภาษาเอกชน หรือมีครูไปสอนตามบ้าน ต้องจ่ายค่าเล่าเรียนประมาณ 3,000-4,000 บาทสำหรับการเรียน 30-40 ชั่วโมง ส่วนนักเรียนที่มีเงินไม่มากเลือกที่จะไปเรียนในโรงเรียนวัดซึ่งเปิดสอนพิเศษช่วงเย็น มีค่าเรียนเพียงเล็กน้อย วัดที่นักเรียนชอบไปเรียนมากที่สุดคือ วัดโพธิ์เวียลหรือวัดทุ่งโพธิ์ วัดเก่าแก่แห่งหนึ่งของเมืองพระตะบอง
วัดแห่งนี้อยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยพระตะบองไปประมาณ 6 กิโลเมตร ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของริมฝั่งแม่น้ำสังแก (Sangker River) วัดแห่งนี้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนพระปริยัติธรรมสามัญ เปิดสอนระดับมัธยมตอนปลายให้แก่พระภิกษุ สามเณรที่สนใจศึกษาเล่าเรียนต่อ
สำหรับห้องเรียนภาษาไทยที่วัดแห่งนี้เปิดสอนปกติวันจันทร์วันศุกร์ ช่วงเช้าเวลา 07.00-09.00 น. ช่วงบ่ายเวลา 12.00-14.00 น. และช่วงเย็นเวลา 17.00-19.00 น. นักเรียนจะมีทั้งพระภิกษุ สามเณร เด็กนักเรียนอายุตั้งแต่ 8 ขวบขึ้นไป และนักศึกษาทั่วไป โดยมีพระภิกษุที่มีความรอบรู้ เชี่ยวชาญ เป็นครูสอน
จากการเข้าไปเยี่ยมชมบรรยากาศการเรียนการสอน พบว่าห้องเรียนในแต่ละห้องมีนักเรียนเป็นจำนวนมาก หรือประมาณห้องละ 50-60 คน พวกเขานั่งเรียนกับพระนอม อุดม อายุ 23 ปี ครูพระที่สอนภาษาไทยด้วยความตั้งใจและรู้สึกสนุกสนาน
พระนอม อุดม เล่าว่า มาสอนภาษาไทยที่วัดแห่งนี้ 3 ปีแล้ว ท่านได้ฝึกและเรียนรู้ภาษาไทยจากหนังสือที่มีขายตามร้านหนังสือในประเทศกัมพูชา อินเทอร์เน็ตและฝึกกับคนไทยที่ท่านได้เจอตามสถานที่ต่างๆ
สำหรับห้องเรียนภาษาไทยที่วัดแห่งนี้มี 3 ระดับ คือ ภาษาไทยระดับต้น ระดับกลาง และระดับสูง ภาษาไทยระดับต้นผู้เรียนจะต้องสนับสนุนค่าเรียนให้โรงเรียน เทอมละ 3.6 หมื่นเรียล (ประมาณ 360 บาท) ส่วนห้องเรียนภาษาไทยระดับกลางและระดับสูงนั้น ผู้เรียนจะต้องสนับสนุนค่าเรียนเทอมละ 3.8 หมื่นเรียล (ประมาณ 380 บาท) แต่ละเทอมจะใช้เวลาเรียนทั้งหมด 3 เดือน
ลีกัน เจียน วง นิมูล และ โพลเพียร บอกว่า พวกเขาเรียนภาษาไทยที่วัดโพธิ์เวียลหลายเดือนแล้ว พวกเขารู้สึกรักภาษาไทย ผูกพันกับภาษาไทย รักคนไทย และหวังว่าวันหนึ่งพวกเขาจะมีโอกาสเดินทางมาเที่ยวและมีโอกาสทำงานที่ประเทศไทย เนื่องจากวัฒนธรรมไทยและกัมพูชานั้นใกล้เคียงกันมาก ง่ายสำหรับการปรับตัวและใช้ชีวิต
ปัจจุบันภาษาอังกฤษเป็นภาษานานาชาติเป็นเครื่องมือสื่อสารไปทั่วโลก แต่ในอนาคตภาษาไทยก็อาจจะเป็นภาษาที่ได้รับความนิยมของทุกประเทศสมาชิกอาเซียนได้เช่นกัน ซึ่งนอกจากจะเรียนรู้ภาษาแล้ว ก็จะเป็นช่องทางให้ถ่ายทอดวิธีคิด วัฒนธรรมของคนไทย ให้เพื่อนบ้านรู้จักมากขึ้นด้วย







