
ชงปลดล็อกดันซอฟต์แวร์
เสนอรัฐจัดสรรงบสร้างองค์กรต้นแบบดึงเอสเอ็มอีเข้าระบบมาตรฐานสากล
เสนอรัฐจัดสรรงบสร้างองค์กรต้นแบบดึงเอสเอ็มอีเข้าระบบมาตรฐานสากล
ส.อ.ท.วอนภาครัฐหนุนอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ปลดล็อกกฎระเบียบ บูรณาการงบการส่งเสริมปั้นองค์กรต้นแบบสู้ตลาดระดับสากล ชี้อนาคตเติบโตได้อีกมากจากปัจจุบันมูลค่าตลาด 5 หมื่นล้าน
นายปรนนท์ ฐิตะวรรณโณ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า อยากให้ภาครัฐปรับปรุงกฎเกณฑ์หลายอย่างที่เป็นอุปสรรคต่ออุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ รวมถึงบูรณาการงบประมาณการส่งเสริมด้านไอทีจากปัจจุบันที่ค่อนข้างกระจัดกระจาย
ทั้งนี้ อยากให้ภาครัฐเป็นตัวนำในการใช้ซอฟต์แวร์ไทยในองค์กร ปัจจุบันส่วนใหญ่ยังคงใช้ซอฟต์แวร์ของต่างชาติ เมื่อใช้ในจำนวนมากขึ้น ผู้ประกอบการก็สามารถขายได้ในราคาที่ถูกลง แข่งขันกับซอฟต์แวร์ต่างชาติได้ ซึ่งการปรับปรุงด้านต่างๆ ขณะนี้ นางเมธินี เทพมณี ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้เชิญผู้ประกอบการและหัวหน้าส่วนงานต่างๆ เข้าหารือเป็นระยะ
“อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยมีมูลค่าอยู่ประมาณ 5 หมื่นล้านบาท เป็นการส่งออกราว 5,000 ล้านบาท ซึ่งหลักๆ เป็นการรับจ้างผลิตให้กับบริษัทต่างชาติ แต่ผู้ผลิตซอฟต์แวร์ส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอียังขยายตลาดได้ไม่สูงนักทั้งที่มีศักยภาพเติบโตอีกมาก ต้องอาศัยการผลักดันจากภาครัฐ” นายปรนนท์ กล่าว
ทั้งนี้ ที่ผ่านมามาตรการการส่งเสริมด้านภาษีผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ได้รับการส่งเสริมพอสมควรจากการให้การส่งเสริมของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) แต่ที่อยากให้เสริมคือการปรับปรุงกฎเกณฑ์หลายอย่างที่เป็นอุปสรรค รวมถึงการบูรณาการงบประมาณด้านการส่งเสริมด้านไอทีจากปัจจุบันที่ค่อนข้างกระจัดกระจาย
นอกจากนี้ อีกแนวทางผลักดันให้ผู้ประกอบการพัฒนางานสร้างสรรค์มากขึ้น คือ ภาครัฐต้องกล้าสนับสนุนให้เกิดองค์กรต้นแบบ เช่นเดียวกับรัฐบาลเกาหลีใต้ที่ผลักดันให้ซัมซุงและแอลจี เข้มแข็งจนกลายเป็นแบรนด์ประจำชาติ
“ตอนนี้ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมนี้น้อย เดิมจะสนับสนุนให้ไทยเป็นไอทีฮับ แต่ปัจจุบันก็ยังไม่เกิด พร้อมๆ กับการผลักดันด้านต่างๆ เราจำเป็นต้องมีการส้รางองค์กรต้นแบบขึ้นมาเพื่อให้ออกไปแข่งขันในตลาดโลกได้” นายปรนนท์ กล่าว
นายจิรบูลย์ วิทยสิงห์ เลขาธิการกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ ส.อ.ท. กล่าวว่า อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยเติบโตปีละ 20% แต่ขนาดยังเล็กมาก โดยส่วนใหญ่จะเป็นเอสเอ็มอี จำเป็นต้องได้รับการผลักดันหลายด้าน โดยเฉพาะการทำตลาดให้ได้มากขึ้นจากปัจจุบันที่เน้นการรับจ้างผลิตเป็นหลัก รวมถึงต้องสนับสนุนให้ผู้ประกอบการได้รับมาตรฐานสำหรับการบริการของบริษัทซอฟต์แวร์ คือ ISO 29110 หรือ มอก.29110เพราะการจะสามารถพัฒนางานเพื่อเสนอขายต่อภาครัฐหรือต่อองค์กรต่างๆ นั้นจะมีความน่าเชื่อถือและมีโอกาสขยายตลาดได้มากกว่าที่ไม่ผ่านมาตรฐาน ซึ่งปัจจุบันจากผู้ประกอบการซอฟต์แวร์หลายพันรายที่ส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอีนั้น มีเพียง 200 รายเท่านั้นที่ได้รับ ISO 29110
“ไทยถือเป็นผู้นำด้านซอฟท์แวร์ในอาเซียน ดังนั้นเราต้องเร่งผลักดันให้อุตสาหกรรมในบ้านเราเติบโตขึ้น เพื่อให้มีการใช้ซอฟต์แวร์ไทยในประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้นไม่ว่าเป็น สปป.ลาว กัมพูชา พม่า” นายจิรบูลย์ กล่าว
นายปรนนท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ส.อ.ท. ได้ร่วมสนับสนุนสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า ในการจัดงาน Software Expo Asia 2014 ระหว่างวันที่ 28 – 30 ส.ค. 2557 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อส่งเสริมการเติบโตของตลาดซอฟต์แวร์ และดิจิทัลคอนเทนต์ของไทย ซึ่งในปีนี้ ส.อ.ท. จะคัดเลือกซอฟต์แวร์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานบางส่วน มาจัดแสดงในส่วนแสดง ISO 29110 certified pavilion เพื่อแสดงให้ผู้เข้าชมงานที่คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นคน ได้เห็นถึงศักยภาพของผู้ประกอบการไทยที่ปัจจุบันฝีมืออยู่ในระดับสากล
ทั้งนี้ ในงานนี้ มีบริการให้คำปรึกษา Business Solution Clinics ที่จะมีผู้เชี่ยวชาญที่จะเข้ามาช่วยเป็นที่ปรึกษา ด้านการจัดซื้อซอฟต์แวร์ เพื่อภาคอุตสาหกรรม การให้คำแนะนำการจัดซื้อซอฟต์แวร์เพื่อภาคการศึกษา รวมไปถึงการให้คำแนะนำการขยายตลาดการค้าไปต่างประเทศ ของทุกอุตสาหกรรม โดย ส.อ.ท.จะจัดแสดง ISO 29110 certified pavilion ในงาน Software Expo Asia 2014 วันที่ 2830 ส.ค. 2557 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์







