
NCHฟุ้ง‘ซูดาน’จับเข่าคุยขอร่วมทุน
NCH เนื้อหอมมีกองทุนต่างชาติรุมจีบ แบไต๋อาจดึงถือหุ้นหรือร่วมทุนเป็นรายโครงการ
NCH เนื้อหอมมีกองทุนต่างชาติรุมจีบ แบไต๋อาจดึงถือหุ้นหรือร่วมทุนเป็นรายโครงการ
นายสมเชาว์ ตันฑเทอดธรรม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง (NCH) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีกองทุนต่างประเทศและผู้ประกอบการด้านอสังหาริมทรัพย์จากประเทศซูดาน ทางทวีปแอฟริกา ได้แสดงความสนใจขอเข้ามาพบบริษัทเพื่อหารือถึงโอกาสในความร่วมมือทางธุรกิจ ซึ่งมีความเป็นไปได้ทั้งการร่วมถือหุ้นหรือการร่วมลงทุนก่อสร้างในแต่ละโครงการ แต่ยังไม่มีข้อสรุป เพราะเป็นการคุยเบื้องต้นเท่านั้น
“จริงๆ แล้วบริษัทไม่ได้มีความจำเป็นต้องการเงินทุนจากต่างชาติ เพราะบริษัทสามารถเติบโตได้ด้วยตนเอง แต่หากคนที่เข้ามาร่วมลงทุนในระยะยาวและสามารถสนับสนุนให้การเติบโตของบริษัททำได้เร็วกว่าเดิมก็เป็นเรื่องดี โดยเฉพาะบริษัทเริ่มขยายสู่การพัฒนาโครงการที่เป็นอาคารสูง ซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก หากมีพันธมิตรจากต่างประเทศเข้ามาช่วย ก็จะทำให้บริษัทสามารถรุกตลาดคอนโด มิเนียมได้มากขึ้น”
สำหรับผลประกอบการของบริษัทในปีนี้ คาดว่าอัตรากำไรสุทธิน่าจะอยู่ที่ระดับประมาณ 7% จากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 6.5% เนื่องจากรายได้ที่สูงขึ้น ขณะที่ต้นทุนคงที่ในระดับเดิม ทำให้บริษัทสามารถบริหารต้นทุนได้ดีขึ้น ขณะที่ยอดขายน่าจะทำได้ตามเป้าหมาย 3,200 ล้านบาท และรายได้จะทำได้ 1,800 ล้านบาท เป็นไปตามเป้าหมาย แม้ว่าช่วงครึ่งปีแรกจะมีรายได้ 809 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากปีที่ผ่านมา แต่ขณะนี้มีงานในมือ 1,200 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้ในช่วงที่เหลือของปีนี้ 1,000 ล้านบาท และอีก 200 ล้านบาท จะรับรู้ในปี 2558
นอกจากนี้ ภายหลังการเมืองมีความชัดเจน และมีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พบว่ากำลังซื้อเริ่มดีขึ้น โดยในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา สามารถสร้างยอดขายได้สูงถึง 600 ล้านบาท เทียบกับช่วงต้นปีซึ่งขณะนั้นปัญหาการเมืองยังกดดัน มียอดขายต่อเดือนเพียงกว่า 100 ล้านบาทเท่านั้น
นายสมเชาว์ กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทมีที่ดินจำนวน 800 ไร่ ค่อนข้างสูงสามารถรองรับการพัฒนาโครงการได้อีกนานประมาณ 45 ปีข้างหน้า ส่วนใหญ่จะอยู่ในโซนเป้าหมายแถบปริมณฑล
นายปสันน สวัสดิ์บุรี รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายธุรกิจใหม่และวางแผนกลยุทธ์ บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ (NWR) กล่าวว่า แผนธุรกิจภายในปี 25592560 ตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นประมาณ 10% จากปี 2557 อยู่ที่เพียง 3% ทั้งนี้เพื่อให้อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยรวมปรับดีขึ้นเป็นประมาณ 89% จากปัจจุบันที่ราว 7% เนื่องจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงที่ประมาณ 2030% มาจากการรับรู้รายได้จากทั้งโครงการใหม่ทั้งโครงการแนวราบ ทำเลคลอง 3 มูลค่า 650 ล้านบาท ซึ่งจะลงทุนในปี 2558 เพิ่มจากปัจจุบันมีโครงการแนวราบที่ลงทุนเองทั้งหมดและโครงการร่วมทุนคอนโดมิเนียมรวม 4 โครงการ
ราคาหุ้น NCH ปิดที่ 1.48 บาท เพิ่มขึ้น 0.02บาท







