
Sale
เหลือเวลาอีกเพียง 4 เดือนสำหรับปีนี้ ซิงเกอร์ จึงเดินหน้าควักหมัดเด็ดเพิ่มค่าน้ำมันตามยอดขาย พร้อมกับอัดกิจกรรมแสดงสินค้าเรียกลูกค้าชมงาน แทนการเคาะประตูบ้านเพียงอย่างเดียว เพราะเหมาะกับยุคกำลังซื้อฟุบ
เหลือเวลาอีกเพียง 4 เดือนสำหรับปีนี้ ซิงเกอร์ จึงเดินหน้าควักหมัดเด็ดเพิ่มค่าน้ำมันตามยอดขาย พร้อมกับอัดกิจกรรมแสดงสินค้าเรียกลูกค้าชมงาน แทนการเคาะประตูบ้านเพียงอย่างเดียว เพราะเหมาะกับยุคกำลังซื้อฟุบ
บุญยง ตันสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทซิงเกอร์ประเทศไทย ผู้ดำเนินธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าขายตรงแบบเช่าซื้อผ่านเครือข่ายซิงเกอร์ เปิดเผยว่า แผนธุรกิจในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปีนี้ บริษัทจะกระตุ้นสมาชิกขายเครื่องใช้ไฟฟ้าซิงเกอร์ที่มี 4,000 คน ให้สร้างยอดขายเพิ่มขึ้น โดยจะเพิ่มความถี่จัดงานแสดงสินค้าตามสถานที่ต่างๆ เพิ่มขึ้น แนะนำสินค้าให้ลูกค้าได้รู้จักและเกิดการซื้อผ่านเครือข่ายของซิงเกอร์
นอกจากนี้ บริษัทยังเพิ่มค่าใช้จ่ายน้ำมัน สำหรับการเดินทางตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น ภายใต้การใช้งบตลาดครึ่งปีหลังร่วม 70 ล้านบาท จากงบทั้งปี 150 ล้านบาท ส่วนการให้ผลตอบแทนการขายยังคงเดิม57% ของมูลค่าสินค้า และค่าเก็บเงินแต่ละงวด510% แผนในเชิงรุกของบริษัท เพื่อกระตุ้นรายได้ให้เติบโตได้ตามเป้าหมาย หลังจากภาวะเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีแรกตกต่ำ กำลังซื้อผู้บริโภคลดลง ทำให้รายได้ 7 เดือนของบริษัทหดตัว 10%
ปัจจุบัน ฐานลูกค้าซิงเกอร์เกือบ 95% เป็นตลาดต่างจังหวัด และกลุ่มคนเมืองเพียง 5% ในภาวะเศรษฐกิจไม่ดี พิษรากหญ้ามีกำลังซื้อน้อย ย่อมกระทบกับธุรกิจของซิงเกอร์ โดยพบว่ามีลูกค้าที่ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าระบบเงินผ่อน และไม่มีเงินชำระค่างวด 3 เดือนสูงขึ้น หรือเกิดหนี้เสียสัดส่วนเพิ่มจาก 4.5% เป็น 6.5% ส่งผลให้สินค้าที่บริษัทยึดคืนมาเพิ่มจาก 4% เป็น 5% โดยมากเป็นผู้บริโภคทั่วไป
ขณะที่กลุ่มลูกค้าเชิงพาณิชย์มีหนี้เสียน้อยมาก เพราะมีรายได้จากการจำหน่ายสินค้าหมุนเวียน เบื้องต้นบริษัทบริหารความเสี่ยงนำสินค้าจำหน่ายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้ามือสอง แต่โดยรวมแบรนด์ยังได้รับผลกระทบน้อย เพราะในช่วงที่ผ่านมาได้ปรับโมเดลธุรกิจให้ความสำคัญขยายธุรกิจเชิงพาณิชย์ ปัจจุบันมีสัดส่วน 70% และผู้บริโภคในครัวเรือนเหลือเพียง 30%
สำหรับกลยุทธ์ของซิงเกอร์ ในภาวะเศรษฐกิจดี บริษัทจะเน้นจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าให้กับผู้บริโภคในครัวเรือน เพราะเชื่อว่ามีกำลังการผ่อนสินค้า แต่หากเศรษฐกิจไม่ดีจะมุ่งขยายตลาดกลุ่มผู้ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์มากกว่า เช่น ตู้กดเครื่องดื่มหยอดเหรียญ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีรายได้หมุนเวียน อีกทั้งหากแนะนำสินค้าและเกิดการซื้อ จะได้รับเงินจากการขาย 24% ของมูลค่าสินค้า ซึ่งใน 4 เดือนสุดท้ายที่เหลือ บริษัทพยายามให้สิทธิประโยชน์กับสมาชิกเครือข่ายมากกว่า 100% และนำสินค้าเข้าถึงผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด
“ซิงเกอร์ผ่านวิกฤตมามากมายทั้งเมื่อปี 2553 กับผู้ชุมนุมเสื้อแดง และปลายปี 2554 ต้องเผชิญกับน้ำท่วม แต่ทุกปีซิงเกอร์ยังเติบโตได้ถึง 20% แต่พอปลายปี 2556 ต้องยอมรับว่าเป็นวิกฤตครั้งใหญ่ เนื่องจากกำลังซื้อรากหญ้าไม่ดี การค้าการขายฝืดเคือง”
ในสถานการณ์ปกติ ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าซิงเกอร์จะจำหน่ายได้ดีในไตรมาสแรกกับไตรมาส 2 ในสัดส่วน 55% และไตรมาส 3 และ 4 ในสัดส่วน 45% แต่ปีนี้คาดว่าไตรมาส 3 และ 4 จะสร้างรายได้ในสัดส่วน 55% ส่วนสมาชิกเครือข่ายของบริษัทใหม่ปีนี้เข้ามาเพิ่มเพียง 100200 รายเท่านั้น จากปกติต้องเพิ่ม 1,000 ราย/ปี
ต้องลุ้นว่าไตรมาส 4 กำลังซื้อของผู้บริโภคจะฟื้นตัวหรือไม่ เพราะไตรมาส 3 กำลังซื้อผู้บริโภคยังไม่ฟื้นตัว แต่การปรับกลยุทธ์สร้างบรรยากาศด้วยการจัดกิจกรรมตามสถานที่ต่างๆ เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสกับสินค้าโดยตรง ควบคู่กับการให้ค่าน้ำมันเพิ่มขึ้น คงช่วยกระตุ้นรายได้ซิงเกอร์ให้เติบโต 510% หรือราว 3,960 ล้านบาท ซึ่งถือว่าต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าจะมีรายได้แตะ 4,000 ล้านบาท







