
ส่องแผนเร่งด่วนดันข้าวเปลือก 9,000 บาท/ตัน
เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์
เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่มีนโยบายแทรกแซงราคาข้าวเปลือกเพื่อช่วยเหลือชาวนาที่ปลูกข้าวในปีการผลิต 2557/2558 ไม่ว่าจะโดยวิธีการรับจำนำข้าวหรือโครงการประกันรายได้ ภารกิจในผลักดันให้ราคาข้าวเปลือกในตลาดอยู่ในระดับที่เหมาะสมและคุ้มค่ากับการลงทุนของชาวนาตกอยู่บนบ่ากรมการค้าภายใน
“การดูแลราคาข้าวเปลือกในฤดูกาลใหม่นี้จะไม่มีมาตรการแทรกแซง 100% เหมือนที่ผ่านมา แต่จะทำอย่างไรให้ชาวนาขายข้าวเปลือกได้ในระดับราคาเหมาะสม ซึ่ง พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. และรองประธานคณะกรรมการนโยบายและการบริหารจัดการข้าว (นบข.) โจทย์มาคือ ผลักดันให้ระดับราคาข้าวเปลือกในฤดูกาลใหม่ โดยเฉพาะข้าวเปลือกเจ้าควรอยู่ในระดับราคาประมาณ 8,500-9,000 บาท/ตัน หลังจากหักค่าความชื้นแล้ว แต่ก็เชื่อว่าหากราคาข้าวเปลือกในตลาดอยู่ในระดับสูงถึง 9,000 บาทได้ เกษตรกรก็ยังพอมีกำไร โดยคำนวณจากต้นทุนการปลูกข้าวเฉลี่ยของเกษตรกอยู่ที่ 6,000 กว่าบาท/ไร่” จินตนา ชัยยวรรณาการ อธิบดีกรมการค้าภายใน ระบุ
สำหรับแผนเร่งด่วนในการดูแลระดับราคาข้าวให้กับชาวนา ได้แก่ การจัดตลาดนัดข้าว ซึ่งมองว่าเป็นมาตรการที่น่าจะประสบความสำเร็จที่สุด และผลักดันให้ราคาข้าวปรับตัวสูงขึ้นตามเป้าหมายที่กำหนดได้ เพราะปัญหาที่ผ่านมาของชาวนาคือ การถูกกดราคารับซื้อจากพ่อค้าคนกลาง เนื่องจากไม่มีโรงสีในพื้นที่เพียงพอรองรับการซื้อข้าวเปลือกจากชาวนาได้ทั้งหมด
“การจัดตลาดนัดข้าวเปลือกให้ครอบคลุมทุกพื้นที่การปลูกข้าวทุกจังหวัดทั่วประเทศ เหมือนกันไปการจับคู่ผู้ซื้อกับผู้ขายมาเจอกัน ทำให้มีตลาดในการรองรับผลผลิตข้าวของชาวนาและการขายข้าวเปลือกนั้น จะต้องมีการสร้างมาตรฐานการขายข้าวให้เป็นระดับเดียวกันทั้งหมด เช่น การขายข้าวส่งออกใช้มาตรฐานในการคำนวณราคาอย่างไร การซื้อขายข้าวในประเทศก็ควรทำแบบเดียวกันด้วย ซึ่งมาตรฐานมีอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาไม่เคยนำมากำหนดในการใช้กับการซื้อภายในประเทศอย่างจริงจัง” จินตนา กล่าว
พร้อมกันนั้นกรมจะเข้มงวดในเรื่องของการใช้กฎหมายของการสำรองสต๊อกข้าว โดย พ.ร.บ.การค้าข้าว พ.ศ. 2489 กำหนดให้ผู้ที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ค้าข้าวจะต้องสำรองสต๊อกไว้ขั้นต่ำ 500 ตัน โดยจะช่วยดูดซับปริมาณข้าวเปลือกที่ออกสู่ตลาดไปเก็บไว้ในสต๊อก ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันของราคาข้าวในช่วงที่ผลผลิตข้าวออกมาพร้อมกันจำนวนมากๆ
ในขณะที่ก่อนหน้านี้ คสช.ได้อนุมัติมาตรการที่เตรียมพร้อมในการดูแลราคาข้าวให้เกษตรกร โดยจะให้โรงสีรับซื้อข้าวเปลือกในราคานำตลาดประมาณตันละ 100200 บาท ในช่วงเดือน พ.ย. 2557-ม.ค. 2558 และเก็บรักษาสต๊อกไว้ 36 เดือน หรือตั้งแต่เดือน พ.ย. 2557-ก.ค. 2558 ซึ่งโรงสีที่เข้าร่วมโครงการรับซื้อรัฐจะเข้าไปช่วยเหลือด้วยการชดเชยดอกเบี้ยผ่านธนาคารพาณิชย์ที่โรงสีเป็นลูกค้าตามมูลค่าข้าวเปลือกที่รับซื้อมาในอัตรา 3% ต่อปี นับตั้งแต่วันที่กู้ ซึ่งขณะนี้กรมอยู่ระหว่างรับสมัครโรงสีเข้าร่วมโครงการ
“จริงๆ แล้ว นบข.ได้อนุมัติมาตรการอีกหลายด้านในการช่วยเหลือเกษตรกร เช่น ด้านการผลิตให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งกำลังมีการจัดโซนนิ่งพื้นที่ปลูกข้าวว่าพื้นที่ไหนควรปลูก พื้นที่ไหนไม่เหมาะสมก็ควรให้ไปปลูกพืชชนิดอื่นแทน รวมทั้งการช่วยเหลือด้านปัจจัยการผลิตให้กับชาวนา ทั้งการร่วมมือกับผู้ประกอบการปุ๋ยลดราคาปุ๋ยเคมีให้กับชาวนา การลดค่าเช่านา ลดบริการรถเกี่ยวข้าว รวมๆ แล้ว ทำให้ต้นทุนปลูกข้าวของชาวนาจะลดลงไปอีก” จินตนา ระบุ
อย่างไรก็ตาม จินตนา ยอมรับว่า แม้ว่ากระทรวงพาณิชย์จะมีแผนด้านตลาดในการยกระดับราคาข้าวเปลือกให้กับเกษตรกร แต่สต๊อกข้าวรัฐบาล 18 ล้านตัน ที่ได้จากโครงการรับจำนำในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จะเป็นแรงกดดันที่ทำให้ราคาข้าวเปลือกได้รับผลกระทบจากการระบายสต๊อกข้าวของรัฐบาล
ขณะที่ ดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า นบข.ได้ให้นโยบายไว้ชัดเจนอยู่แล้วว่า การระบายสต๊อกข้าวรัฐบาลจะต้องไม่กระทบต่อราคาข้าวในตลาดตกต่ำ โดยกรมได้แบ่งแผนออกเป็น 2 ตลาด คือการขายข้าวไปยังต่างประเทศทางตรงทั้งรูปแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) และร่วมมือกับเอกชนไปขายข้าวในต่างประเทศ และการประมูลข้าวทั่วไป ซึ่งยืนยันว่าปริมาณที่ระบายไม่มาก หรือคราวละ 12 แสนตัน ไม่กระทบต่อราคาตลาดแน่นอน อีกทั้งข้าวสต๊อกรัฐบาล ซึ่งเป็นข้าวเก่าก็เป็นคนละตลาดกับข้าวใหม่ โดยยังคงมีลูกค้าที่ต้องการข้าวเก่าอยู่
“เรื่องระบายข้าวต้องดูจังหวะในการระบายแต่ละช่วง ว่าช่วยไหนตลาดต้องการข้าวบ้าง โดยยืนยันว่าจะไม่ระบายข้าวคราวละมากๆ” ดวงพร กล่าว
คงต้องจับตาดูว่ามาตรการเร่งด่วนแบบไม่มีประชานิยมสุดโต่ง จะสามารถช่วยยกระดับราคาข้าวเปลือกฤดูกาลใหม่ที่จะทยอยออกในตั้งแต่เดือน ต.ค. ให้ชาวนาได้หน้าชื่นตาบานตามเป้าหมายหรือไม่







