
ทางเลือกที่ 3
พูดถึงทางเลือกที่ 3 หลายคนอาจนึกว่าเกี่ยวกับการเมือง ไม่ใช่นะครับ เพราะตอนนี้การเมืองชัดเจนมาก ไม่อึมครึมเหมือนก่อนแล้ว แล้วทางเลือกที่ 3 ที่จะคุยกันวันนี้เกี่ยวกับอะไร เกี่ยวกับมาตรา 40 ของกองทุนประกันสังคมครับ
พูดถึงทางเลือกที่ 3 หลายคนอาจนึกว่าเกี่ยวกับการเมือง ไม่ใช่นะครับ เพราะตอนนี้การเมืองชัดเจนมาก ไม่อึมครึมเหมือนก่อนแล้ว แล้วทางเลือกที่ 3 ที่จะคุยกันวันนี้เกี่ยวกับอะไร เกี่ยวกับมาตรา 40 ของกองทุนประกันสังคมครับ
จริงๆ แล้วเรื่องนี้ทางเลือกที่ 3 ของกองทุนประกันสังคมนี้มีมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แต่ไม่ค่อยมีคนรู้กัน ทั้งที่มีประโยชน์มาก งั้นวันนี้ผมก็เลยขอเอามาเล่าสู่กันฟังซะเลย
มาตรา 40 ของกองทุนประกันสังคมเป็นการขยายประกันสังคมให้ครอบคลุมแรงงานนอกระบบ โดยเป็นระบบสมัครใจ ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 จึงหมายถึงบุคคลที่มิใช่ลูกจ้างตามมาตรา 33 หรือเป็นผู้ประกันตนโดยสมัครใจ มาตรา 39 เรียกว่า ผู้ประกันตนโดยอิสระ แรงงานนอกระบบที่สมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 แล้วจำนวน 1,539,638 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 19 พ.ย. 2556)
โดยสำนักงานประกันสังคมเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเลือกทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับตนเอง ด้วยชุดสิทธิประโยชน์ ดังนี้
ทางเลือกที่ 1 จ่ายเงินสมทบ 100 บาท/เดือน (จ่ายเอง 70 บาท รัฐสนับสนุน 30 บาท)
– สิทธิประโยชน์พื้นฐานคุ้มครอง 3 กรณี คือ กรณีประสบอันตราย/เจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย
ทางเลือกที่ 2 (จ่ายเงินสมทบ 150 บาท/เดือน) (จ่ายเอง 100 บาท รัฐสนับสนุน 50 บาท)
– สิทธิประโยชน์พื้นฐานคุ้มครอง 4 กรณี คือ กรณีประสบอันตราย/เจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย กรณีชราภาพ (เงินบำเหน็จ)
ทางเลือกที่ 3 มี 3 ทางเลือก ดังนี้
– ทางเลือกที่ 3 จ่ายเงินสมทบ 200 บาท/เดือน (จ่ายเอง 100 บาท รัฐสนับสนุน 100 บาท)
– สิทธิประโยชน์พื้นฐานคุ้มครอง 1 กรณี คือ กรณีชราภาพ (เงินบำนาญ)
– ทางเลือกที่ 3 รวมกับทางเลือกที่ 1 (1+3) จ่ายเงินสมทบ 300 บาท/เดือน (จ่ายเอง 170 บาท รัฐสนับสนุน 130 บาท)
– สิทธิประโยชน์พื้นฐานคุ้มครอง 4 กรณี คือ กรณีประสบอันตราย/เจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย กรณีชราภาพ (เงินบำนาญ)
– ทางเลือกที่ 3 รวมกับทางเลือกที่ 2 (2+3) จ่ายเงินสมทบ 350 บาท/เดือน (จ่ายเอง 200 บาท รัฐสนับสนุน 150 บาท)
– สิทธิประโยชน์พื้นฐานคุ้มครอง 5 กรณี คือ กรณีประสบอันตราย เจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย กรณีชราภาพ (เงินบำเหน็จ) กรณีชราภาพ (เงินบำนาญ)
สิ่งที่ทางเลือกที่ 3 ให้พิเศษต่างหากจากทางเลือกอื่นๆ ก็คือ สิทธิประโยชน์พื้นฐานคุ้มครอง กรณีชราภาพ (เงินบำนาญ) ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์ที่ผู้ที่เกษียณอายุต้องการมาก เนื่องจากไม่มีรายได้ประจำ อยากหาการออมเงินอะไรที่มั่นคง รายได้สม่ำเสมอเพื่อมาทดแทนรายได้ เช่น เงินเดือน ฯลฯ ที่ขาดหายไป ตอนนี้คงอยากรู้แล้วสิครับว่า สิทธิประโยชน์กรณีชราภาพ (รับเงินบำนาญ) มีอะไรบ้าง
สิทธิประโยชน์พื้นฐานกรณีชราภาพ (รับเงินบำนาญ) มีดังนี้
1.ได้รับบำนาญรายเดือนขึ้นต่ำ 600 บาท/เดือน ตลอดจนเสียชีวิต
2.กรณีจ่ายเงินสมทบไม่ถึงหลักเกณฑ์ที่จะรับเงินบำนาญ (ขั้นต่ำ) ก็จะได้รับเงินบำเหน็จพร้อมผลตอบแทน (ดอกเบี้ย) คืนทั้งหมด
3.ได้รับบำนาญแล้วเสียชีวิตภายใน 60 เดือน ทายาทได้รับเงินบำเหน็จ 10 เท่าของเงินบำนาญรายเดือน
4.กรณีทุพพลภาพก่อนได้รับบำนาญ จะมีสิทธิขอรับบำเหน็จพร้อมผลตอบแทน (ดอกเบี้ย) คืน
จะเห็นนะครับว่าทางเลือกที่ 3 ของมาตรา 40 ให้สิทธิประโยชน์คล้ายๆ กับสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ได้รับกรณีรับเงินบำนาญชราภาพ ต่างกันแค่จำนวนเงินที่ได้รับ เนื่องจากเงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนประกันสังคมนั้นต่างกันระหว่างผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และ 40
แต่อย่างไรก็ตาม การที่จะได้รับเงินบำนาญรายเดือนขั้นต่ำ 600 บาทตลอดชีพ ผู้ประกันตนก็ต้องปฏิบัติตนตามเงื่อนไขของมาตรา 40 ก่อนนะครับ (เหมือนกรณีที่ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 จะได้เงินบำนาญรายเดือน ก็ต้องปฏิบัติตนตามเงื่อนไขของมาตรา 33 คือ เป็นสมาชิกกองทุนไม่น้อยกว่า 180 เดือน เป็นต้น)
เงื่อนไขการรับสิทธิประโยชน์พื้นฐานกรณีชราภาพ (รับเงินบำนาญ) ตามมาตรา 40 มีดังนี้
1.ผู้ประกันตนจะต้องจ่ายเงินสมทบครบหลักเกณฑ์ที่จะรับเงินบำนาญ (ขั้นต่ำ) หรือจ่ายเงินสมทบไม่น้อยกว่า 420 เดือน (35 ปี)
2.ผู้ประกันตนจะต้องมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ และสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน หรือลาออก
3.ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบสามารถจ่ายเงินสมทบเพิ่มได้ไม่เกิน 1,000 บาท/เดือน
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์งานประกันสังคม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ทั้ง 12 แห่ง/จังหวัด/สาขา/ทุกแห่ง หรือ โทร.1506 (บริการตลอด 24 ชั่วโมง)







