
ข่าวย่อยกองทุน
กรุงศรีขายกอง 6 เดือนจ่าย 2.6%
กรุงศรีขายกอง 6 เดือนจ่าย 2.6%
นายฉัตรพี ตันติเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงศรี เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างเสนอขายกองทุนเปิดกรุงศรีตราสารหนี้ 6M106 (KFFIX6M106) อายุประมาณ 6 เดือน ตั้งแต่วันนี้วันที่ 25 ส.ค. 2557 ลงทุนขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท ผลตอบแทนประมาณ 2.6% ต่อปี
กองทุนมีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น เงินฝากธนาคาร China Construction Bank สาธารณรัฐประชาชนจีน ฮ่องกง สัดส่วนการลงทุน 20% เงินฝากธนาคาร Bank of China สาธารณรัฐประชาชนจีน สาขามาเก๊า สัดส่วนการลงทุน 20% ตราสารหนี้ EMTN ออกโดยธนาคาร Industrial and Commercial Bank of China (Asia) สาธารณรัฐประชาชนจีน ฮ่องกง สัดส่วนการลงทุน 15% ตราสารหนี้ EMTN ออกโดยธนาคาร Agricultural Bank of China สาธารณรัฐประชาชนจีน ฮ่องกง สัดส่วน 15%
นอกจากนี้ ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นออกโดยธนาคารธนชาตสัดส่วน 10% ตราสารหนี้ระยะสั้นออกโดยธนาคารกรุงศรีอยุธยา 10% และตั๋วแลกเงินออกโดยบริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส 10% ทั้งนี้กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน
แอสเซทพลัสคาดดอกเบี้ย 2% ถึงสิ้นปี
น.ส.ฤดี ปติอารยกุล ผู้จัดการกองทุนอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แอสเซท พลัส เปิดเผยว่า ปีนี้คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 2% จนถึงสิ้นปี และหากเศรษฐกิจฟื้นตัวหลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจและการคลังแล้ว แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายอาจปรับตัวขึ้น
“ที่ผ่านมาการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นไปอย่างช้าๆ ไม่ได้ฟื้นตัวรวดเร็วอย่างที่ตลาดคาดการณ์ ทำให้ กนง.อาจชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปก่อน โดยตลาดคาดว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยช่วงครึ่งปีหลังของปี 2558” น.ส.ฤดี กล่าว
สำหรับเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติยังให้ความสนใจในตลาดตราสารหนี้ไทยและเข้าลงทุนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่นักลงทุนไทยเทขายทำกำไรออกไปบ้าง ส่วนปัจจัยต่างประเทศอาจส่งผลกระทบต่อตลาดตราสารหนี้ไทยเช่นกัน เช่น ความไม่สงบในยูเครน อาจทำให้ระยะสั้นผลตอบแทนพันธบัตรในสหรัฐและยุโรปยังทรงตัวในระดับต่ำและแรงกดดันจากแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและเศรษฐกิจสหรัฐที่ดีขึ้น จะกระทบราคาและทำให้ตลาดตราสารหนี้ทั่วโลกผันผวน
น.ส.ฤดี กล่าวว่า การลงทุนในช่วงนี้แนะนำให้ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นๆ โดยในวันที่ 25 ส.ค.นี้ บริษัทจะเปิดขายและรับซื้อคืนรอบใหม่กองทุนเปิดแอสเซทพลัสทวีเงินออม 2 (ASPMMF2) ซึ่งเป็นกองทุนตราสารหนี้ไทยที่สามารถลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศได้ไม่เกิน 79% อายุ 6 เดือน โดยจะพิจารณาลงทุนในตั๋วแลกเงินในประเทศ เช่น ตั๋วแลกเงินบริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่งและเงินฝากธนาคาร Bank of China สาขามาเก๊า โดยผลตอบแทนสุทธิประมาณ 2.8% ต่อปี
นอกจากนี้ ในวันที่ 27 ส.ค.นี้ บริษัทจะเปิดขายและรับซื้อคืนรอบใหม่กองทุนเปิดแอสเซทพลัสแอ็คทีฟตราสารหนี้ 9 (ASPACFIXED9) ซึ่งเป็นกองทุนตราสารหนี้ไทยที่เปิดเสนอขายเป็นรอบระยะเวลา โดยรอบการลงทุนนี้อายุประมาณ 3 เดือน โดยผลตอบแทนสุทธิประมาณ 2.7% ต่อปี
MFC ชูตราสารหนี้นอก 1 ปีจ่าย 3%
น.ส.ประภา ปูรณโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็มเอฟซี กล่าวว่า บริษัทเสนอขายกองทุนเปิดเอ็มเอฟซี ตราสารหนี้ต่างประเทศเอไอ 12 เดือน (IFIX AI12M) ตั้งแต่วันนี้25 ส.ค. 2557 โดยเป็นกองทุนตราสารหนี้ที่ลงทุนในต่างประเทศไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิและป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินแบบเต็มจำนวน คาดว่าผลตอบแทนสุทธิอยู่ที่ประมาณ 3% ต่อปี
สำหรับตราสารที่คาดว่ากองทุนจะลงทุน ได้แก่ เงินฝากประจำ ICBC Bank ของจีน สัดส่วน 24% เงินฝากประจำ PT Bank Internasiona Indonesia สัดส่วน 9.5% เงินฝากประจำ Bank of China (BOC) สัดส่วน 10.5% ตราสารหนี้ระยะสั้น Isbank ประเทศตุรกี สัดส่วน 24% ต่อปี ตราสารหนี้ระยะสั้น Banco BTG Pactual S.A. ประเทศบราซิล สัดส่วน 20% ตราสารหนี้ระยะสั้น Banco ABC Brasil S.A. ประเทศบราซิล สัดส่วน 12%
กองทุนนี้เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อยหรือผู้มีเงินลงทุนสูงและยอมรับความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารหนี้ทั้งในและต่างประเทศ ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่เสนอขายในต่างประเทศและคาดหวังผลตอบแทนในระยะสั้นถึงปานกลาง ผู้สนใจสามารถลงทุนขั้นต่ำได้ตั้งแต่ 5 แสนบาท
ธนชาตขายกองตราสารหนี้ 6 เดือน
นายบุญชัย เกียรติธนาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ธนชาต เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างเสนอขายกองทุนเปิดธนชาต Fixed Income 6M74 (TFI6M74) อายุ 6 เดือน ให้ผลตอบแทนประมาณ 2.6% เริ่มเสนอขายวันที่ 20-26 ส.ค. 2557
กองทุนจะเข้าไปลงทุนเงินฝากธนาคารในจีนและอินโดนีเซียสัดส่วน 44% หุ้นกู้ระยะสั้นของธนาคารกรุงไทย บริษัท บัตรกรุงไทยสัดส่วน 20% หุ้นกู้ระยะสั้นของบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) บริษัท ไอซีบีซีลีสซิ่ง (ไทย) สัดส่วน 20% หุ้นกู้ระยะสั้นของธนาคารทิสโก้ ธนาคารธนชาต 16%
นายบุญชัย กล่าวว่า ผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการลงทุนระยะยาวควรทยอยเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นไทยและต่างประเทศ แต่สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้น้อยควรลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ที่ไม่ผันผวนตามราคาตลาด







