posttoday
ช.การช่างท้าชิง2.4ล้านล.

ช.การช่างท้าชิง2.4ล้านล.

21 สิงหาคม 2557

มั่นใจได้งาน2025%ดันรายได้เพิ่มคาดปี’59ทะลุ4หมื่นล.แนะรัฐเร่งทั้งระบบ

มั่นใจได้งาน2025%ดันรายได้เพิ่มคาดปี’59ทะลุ4หมื่นล.แนะรัฐเร่งทั้งระบบ

ช.การช่าง พร้อมชิงเค้กงานก่อสร้าง 2.4 ล้านล้าน มั่นใจได้งาน 20-25% ดันรายได้ปี 2559 ทะลุ 4 หมื่นล้าน

นายปลิว ตรีวิศวเวทย์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช.การช่าง เปิดเผยว่า จากนโยบายการลงทุนทางด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยเฉพาะการลงทุนคมนาคม 5 ด้าน รวมมูลค่า 2.4 ล้านล้านบาท ในช่วงปี 2558-2565 นั้น ทางบริษัทมีความพร้อมที่จะเข้าร่วมประมูลงาน ซึ่งคาดว่าจะสามารถประมูลงานใหม่ได้20-25% ของงานทั้งหมด และตั้งเป้าว่าจะมีรายได้ในระดับ 4 หมื่นล้านบาทในปี 2559

สำหรับผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี 2557 บริษัทมีรายได้รวม 1.8 หมื่นล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 677 ล้านบาท คาดว่าจนถึงสิ้นปีนี้จะมีรายได้กว่า 3.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งสูงกว่าที่ตั้งเป้าไว้ที่3 หมื่นล้านบาท มีกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 8-10% เนื่องจากในไตรมาส 3 ปีนี้จะมีการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายหุ้นบริษัท บีเอ็มซีแอล อีกกว่า 1,000 ล้านบาท ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ หรือแบ็กล็อก มูลค่ากว่า 1.01 แสนล้านบาท ซึ่งงานเหล่านี้จะสามารถสร้างรายได้ให้บริษัทอย่างต่อเนื่องอีก 3-4 ปีข้างหน้า

“ในครึ่งปีหลังผลประกอบการจะดีขึ้น เพราะปัจจัยลบไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแรงงานที่เกรงว่าจะขาดแคลน และวัสดุก่อสร้างที่คาดว่าจะปรับราคาไม่ได้เกิดขึ้น ทำให้บริษัทสามารถดำเนินงานได้ตามแผน คาดว่าสิ้นปีนี้จะรักษาระดับมาร์จิ้นได้โดยปัจจุบันอยู่ที่ 10%” นายปลิว กล่าว

ด้านความคืบหน้าของโครงการต่างๆ โดยเฉพาะงานก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ล้วนเป็นไปตามแผน เช่น งานก่อสร้างสถานีและอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน คืบหน้า 57.8% งานก่อสร้างสถานีและทางวิ่งรถไฟฟ้าสายสีเขียว คืบหน้า 43.8% งานก่อสร้างทางด่วนศรีรัชวงแหวน คืบหน้า 18.1% โครงการผลิตไฟฟ้าฝายไซยะบุรีในลาว คืบหน้า 39% รวมถึงงานจัดซื้อระบบรถไฟฟ้าสายสีม่วงซึ่งจะเริ่มผลิตขบวนรถในประเทศญี่ปุ่นปลายปีนี้และจะส่งมอบถึงไทยในปลายปี 2558 เพื่อติดตั้งและทดสอบระบบ

นอกจากนี้ บริษัทยังได้เตรียมลงนามในสัญญาก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมเฟส 2 ที่นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน มูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาท ในเดือน ต.ค.นี้ และบริษัทยังอยู่ระหว่างการเจรจาก่อสร้างขยายกำลังการผลิตน้ำประปาให้แก่ TTW มูลค่าประมาณ 3,000 ล้านบาท รวมทั้งโครงการก่อสร้างเขื่อนน้ำบากที่ลาว มูลค่า 1.7 หมื่นล้านบาท และอยู่ระหว่างศึกษางานในพม่า

นายปลิว กล่าวอีกว่า สำหรับรัฐบาลใหม่ที่กำลังจะตั้งขึ้นควรมีนโยบายการบริหารงานที่มีความต่อเนื่อง อย่างเช่นการก่อสร้างรถไฟฟ้าเมื่อประมูลงานโครงสร้างแล้ว จะต้องประมูลงานระบบ และประมูลตัวรถไปพร้อมกันในทันที เพื่อให้เมื่อก่อสร้างจะได้มีรถมาเปิดให้บริการได้ทันที ไม่เช่นนั้นจะเสียประโยชน์เปล่า เช่น รถไฟสายสีแดง เมื่องานโครงสร้างรางเสร็จแต่ไม่มีรถไฟฟ้ามาวิ่งจึงต้องเอารถไฟดีเซลมาวิ่งแทน

ขณะที่ลำดับโครงการระบบรางไหนควรทำก่อนหลังนั้นทางสำนักนโยบายและแผนขนส่งจราจร(สนข.) ได้จัดลำดับความสำคัญก่อนหลังไว้แล้ว ซึ่งบริษัทฯ พร้อมเข้าประมูล และเข้าร่วมลงทุนในรูปแบบ Public Private Partnership (PPP) หรือการดำเนินงานที่ภาครัฐให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม ในทุกโครงการขนาดใหญ่ที่ภาครัฐเปิดประมูล

“ ขอเป็นกำลังใจให้กับรัฐบาลใหม่ ที่จัดตั้งขึ้น เพราะเชื่อว่ารัฐบาลรักษาการณ์ต้องการวางระบบที่ดี ขณะที่บริษัทก็จะดำเนินงานเพื่อให้โปร่งใส และปราศจากปัญหาคอร์รัปชั่น ที่จะเกิดขึ้นในวงการรับเหมาก่อสร้างให้หมดไป” นายปลิวกล่าว

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน