posttoday
การแข่งขันในอุตฯยานยนต์ (1)

การแข่งขันในอุตฯยานยนต์ (1)

20 สิงหาคม 2557

เชื่อว่าทุกท่านคงทราบกันดีว่าอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ ถือเป็นอุตสาหกรรมหลักที่สร้างรายได้ให้กับประเทศของเราในแต่ละปี ข้อมูลการค้า ณ ปี 2555 ระบุว่า เราส่งออกสินค้าในอุตสาหกรรมนี้มากถึง 3.768 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 1.96% ของสัดส่วนการส่งออกสินค้ายานยนต์ของโลก และทำให้ไทยอยู่อันดับที่ 15 ของโลกในอุตสาหกรรมนี้

เชื่อว่าทุกท่านคงทราบกันดีว่าอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ ถือเป็นอุตสาหกรรมหลักที่สร้างรายได้ให้กับประเทศของเราในแต่ละปี ข้อมูลการค้า ณ ปี 2555 ระบุว่า เราส่งออกสินค้าในอุตสาหกรรมนี้มากถึง 3.768 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 1.96% ของสัดส่วนการส่งออกสินค้ายานยนต์ของโลก และทำให้ไทยอยู่อันดับที่ 15 ของโลกในอุตสาหกรรมนี้

หากพูดถึงภาพรวมขีดความสามารถการแข่งขันการส่งออกในตลาดนี้ เราเป็นเบอร์ 1 ในอาเซียน เบอร์ 1 ในตลาดจีน เบอร์ 3 ในออสเตรเลีย เบอร์ 4 ในญี่ปุ่น และเบอร์ 6 ในอินเดีย เรียกว่าเราครองส่วนแบ่งในตลาดแต่ละประเทศได้พอสมควร

แม้ว่าปัจจุบันเราจะเป็นผู้นำด้านการส่งออกยานยนต์ทั้งของโลกและของอาเซียน แต่ก็ใช่ว่าจะประมาทการแข่งขันในอนาคตได้ เพราะคู่แข่งแต่ละประเทศต่างก็พยายามปรับตัว เราจึงควรเร่งวิเคราะห์ตลาดที่เราส่งออกอยู่ในขณะนี้ เพื่อหาวิธีให้เราแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ตลาดที่เราส่งออกไปมากที่สุดในปี 2555 คือ ออสเตรเลีย ครับมีสัดส่วนคิดเป็น 11.45% ของการส่งออกยานยนต์ทั้งหมดของเราเราส่งทั้งรถยนต์นั่ง รถปิกอัพ ยางรถยนต์ สายไฟจุดระเบิดเข้าไปแต่เราก็ยังเป็นอันดับ 3 รองจากญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา โดยเรามีส่วนแบ่งในตลาดออสเตรเลียอยู่ที่ 11.83% ขณะที่ญี่ปุ่นมีมากถึงเกือบ 30%

สำหรับตลาดอันดับ 2 ของเรา คือเพื่อนบ้านในอาเซียนอย่าง อินโดนีเซีย มีสัดส่วน 9.77% ของการส่งออกของเรา เนื่องจากอินโดนีเซียเองก็เป็นฐานผลิตรถยนต์แห่งหนึ่ง ทั้งเราและเขาจึงมีการแลกเปลี่ยนสินค้ากันในฐานะซัพพลายเชน ทำให้เราครองส่วนแบ่งในตลาดเขาได้ 23% ในช่วง 5 ปีนี้ตลาดของเขายังขยายตัวสูงมากถึง 25% อย่างไรก็ดีเรายังเป็นเบอร์ 2 ในตลาดอินโดนีเซียรองจากญี่ปุ่น

ขณะที่ตลาด ญี่ปุ่น เอง เป็นคู่ค้าสำคัญอันดับ 3 ของไทยครับ เราส่งออกไปญี่ปุ่น 8.92% ของที่เราส่งออกทั้งหมด ครองส่วนแบ่งในตลาดของเขา 7.5% เป็นอันดับ 4 รองจากจีน เยอรมนี และสหรัฐอเมริกา แต่ตลาดญี่ปุ่นนั้นไม่ค่อยขยายตัวแล้ว

คู่ค้าอันดับ 4 คือ มาเลเซีย เราส่งออกไปประเทศเขา 6.36% ครองส่วนแบ่งในตลาดของเขาถึง 20.13% เป็นอันดับ 2 รองจากญี่ปุ่นเพียงประเทศเดียว สำหรับอันดับ 5 คือ สหรัฐอเมริกา เราส่งออกไปประเทศเขา 6.25% ของที่เราส่งออก อย่างไรก็ตามเรายังครองส่วนแบ่งได้แค่เพียงที่ 28 ในตลาดบ้านเขาเท่านั้น

หากสังเกตจากส่วนแบ่งการตลาดของเราใน 5 ตลาดนี้ ตลาดนอกอาเซียนมีคู่แข่งที่แข็งแกร่งจำนวนมาก อัตราการขยายตัวของตลาดค่อนข้างน้อย ในทางตรงกันข้าม ตลาดที่เราสามารถครองสัดส่วนได้มากคือ ตลาดเพื่อนบ้านอาเซียนด้วยกัน เมื่อจะก้าวสู่ประชาคมอาเซียนเราจึงต้องเร่งพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างเอกชนของเรากับเอกชนในอาเซียน เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ก่อนที่ใครจะเข้ามาตีตลาดไป

ที่สำคัญ อาเซียนจะมีตลาดใหม่อย่างกัมพูชา พม่า และเวียดนาม เนื่องจากประเทศเหล่านี้จะมีเศรษฐกิจดีขึ้น ประชาชนมีรายได้มากขึ้น และมีกำลังซื้อรถยนต์มากขึ้น

ภาครัฐต้องให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ เช่น กำหนดนโยบายที่ช่วยสนับสนุนขีดความสามารถการแข่งขัน ช่วยให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนที่ต่ำลง พอจะทำตลาดในยุคที่การแข่งขันสูงขึ้นได้

ต้องไม่ลืมครับว่าคู่แข่งที่มีส่วนแบ่งตลาดเหนือเราแต่ละประเทศขณะนี้ หินๆ ทั้งนั้น

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค