
รายย่อยจีนฟื้นดันศก.แกร่ง
ดัชนีพีเอ็มไอเกิน50สัญญาณบวกจีนเร่งสร้างบรรยากาศการลงทุน
ดัชนีพีเอ็มไอเกิน50สัญญาณบวกจีนเร่งสร้างบรรยากาศการลงทุน
เอสเอ็มอีจีนเริ่มฟื้นดัชนีพีเอ็มไอ ก.ค. สูงกว่า 50 เน้นสร้างสิ่งแวดล้อมการลงทุนหนุนเศรษฐกิจชาติ
เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ รายงานว่า วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ของจีน เริ่มฟื้นตัวกลับมาอีกครั้ง หลังตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อ (พีเอ็มไอ) ของเดือน ก.ค.ที่ผ่านมาซึ่งเป็นตัวชี้วัดแนวโน้มของกิจกรรมทางเศรษฐกิจของจีนพุ่งสูงเกินกว่า 50 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน เม.ย. 2012
ทั้งนี้ ดัชนีพีเอ็มไอดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจของจีนมีแนวโน้มจะขยายตัว เนื่องมาจากแรงผลักดันจากนโยบายที่แข็งแกร่งของรัฐบาลกลางจีน ซึ่งต้องการที่จะเพิ่มบทบาทของภาคธุรกิจเอสเอ็มอีในเศรษฐกิจโดยรวมของจีน
นายกรัฐมนตรี หลี่เค่อเฉียง ของจีน ตั้งข้อสังเกตว่ามีธุรกิจเข้ารับการจดทะเบียนทั่วประเทศช่วงครึ่งปีแรกในปีนี้ราว 1.68 ล้านราย หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 60% เมื่อเทียบปีต่อปี นอกจากนี้ในกลุ่มนักธุรกิจที่จดทะเบียนทั้งหมดเกือบ 1.58 ล้านราย เป็นธุรกิจภาคเอกชนที่สร้างงานกว่า 10 ล้านตำแหน่ง
อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานของรัฐบาลปัจจุบันแตกต่างจากผู้นำจีนในอดีตอย่างเห็นได้ชัดเจน เนื่องจากผู้นำจีนยุคใหม่ใช้เอสเอ็มอีเป็นเครื่องมือในการสร้างการเติบโตแก่เศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งกลุ่มผู้นำแดนมังกรในปัจจุบันจึงปฏิรูปการทำงาน โดยเน้นให้ความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อมในการทำธุรกิจแก่รายย่อยมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมาเขตการค้าเสรีเซี่ยงไฮ้ได้อนุญาตให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในเซี่ยงไฮ้มีโอกาสในการปรับหรือเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรมของตนเอง จากที่เคยเน้นภาคการผลิตที่ใช้แรงงานเข้มข้นในอดีต มาสู่การลงทุนที่มุ่งเน้นคุณภาพของผลิตภัณฑ์และการออกแบบมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ดี ราวปลายเดือนที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีของจีนได้ออกมาตำหนิธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อสำหรับธุรกิจรายใหญ่เท่านั้น สอดคล้องกับรัฐสภาจีนที่ระบุว่าธุรกิจรายย่อยของจีนจำนวนมากยังคงเผชิญกับความท้าทายด้านการเงิน ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจจะกระตุ้นให้เกิดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจได้
นอกจากนั้น จากรายงานวัดค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจทั่วโลกของธนาคารโลก พบว่า ประเทศที่อยู่ในอันดับที่ดีที่สุดของเอเชีย ได้แก่ สิงคโปร์และฮ่องกง ขณะที่จีนรั้งอันดับที่ 96 เช่นเดิม ทว่าจากรายงานการแข่งขันระดับโลกในการจัดอันดับจากการประชุมเวทีเศรษฐกิจโลก จัดให้จีนอยู่ในอันดับที่ 29 เพราะจีนจำเป็นต้องปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจให้ดีขึ้น







