
กทค.พ้นบ่วงฮั้วประมูล3จี
กทค. 4 คน หลุดคดีฮั้วประมูล 3จี ป.ป.ช.ชี้โปร่งใสทุกขั้นตอน
กทค. 4 คน หลุดคดีฮั้วประมูล 3จี ป.ป.ช.ชี้โปร่งใสทุกขั้นตอน
นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า ที่ประชุม ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 19 ส.ค. มีมติไม่ชี้มูลกรณีกล่าวหาคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) 4 คน คือ พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ประธาน และกรรมการอีก 3 คน คือ นายสุทธิพล ทวีชัยการ นายประเสริฐ ศีลพิพัฒน์ และ พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร ว่า มีพฤติการณ์ทุจริตเกี่ยวกับการประมูลคลื่นความถี่ 3จี ตามที่ประธานวุฒิสภาได้ส่งเรื่องถอดถอนมาให้พิจารณา คดีดังกล่าวมีผู้กล่าวหาหลายราย และประธานวุฒิสภาได้ส่งเรื่องมาตามมาตรา 84 แห่งพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ กล่าวหา กทค. 4 คน คือ พ.อ. เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ประธาน และกรรมการอีก 3 คน คือ นายสุทธิพล ทวีชัยการ นายประเสริฐ ศีลพิพัฒน์ และ พล.อ. สุกิจ ขมะสุนทร
สำหรับข้อกล่าวหา ประกอบด้วย 1.กทค.ออกประกาศหลักเกณฑ์การประมูลคลื่นความถี่ 3 จี เอื้อประโยชน์ให้กับผู้เข้าแข่งขันทั้ง 3 ราย ทำให้ไม่มีการแข่งขันเสนอราคากันอย่างแท้จริง 2. บริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค มีผู้จัดการเป็นคนต่างด้าว ขาดคุณสมบัติในการเข้าร่วมประมูล 3. กทค.ไม่มีอำนาจจัดการประมูล 4. ผู้เข้าประมูลทั้ง 3 ราย มีการสมยอมกัน (ฮั้ว) ในการประมูลคลื่น และ 5. กทค. ทั้ง 4 คนละเว้นไม่ดำเนินการยกเลิกการประมูลทั้งที่รู้ว่าผู้ร่วมประมูลไม่แข่งขันเสนอราคาอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ ป.ป.ช.พิจารณาแล้วเห็นว่า ขณะออกประกาศหลักเกณฑ์มีผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติสามารถเข้าประมูลได้จำนวน 20 ราย การออกประกาศหลักเกณฑ์ดังกล่าวจึงมิได้เป็นการเอื้อให้กับผู้ประกอบการเพียง 3 รายเท่านั้น และจากการตรวจสอบจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่าบริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค มีผู้ถือหุ้นเป็นสัญชาติไทยทั้งหมด จึงไม่ขาดคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาต
นอกจากนี้ การจัดประมูลคลื่นของกทค. เป็นการดำเนินการแทนคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตามมาตรา 80 พ.ร.บ. กสทช.2553 จึงเป็นการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดไว้ รวมทั้งการเสนอราคาของผู้เข้าประมูลทั้ง 3 ราย ไม่ปรากฏพฤติการณ์หรือพยานหลักฐานว่ามีการฮั้วกันในการเสนอราคา
นายสรรเสริญ กล่าวว่า การประมูลครั้งนี้ใช้วิธีแบบเคาะราคาอีออกชั่น ซึ่งเป็นไปตามหลักสากล และมีการเคาะราคาถึง 7 รอบ ซึ่งผลการประมูลได้ราคาสูงกว่าประเทศอื่นๆ ที่มีรายได้ต่อหัวใกล้เคียงกับประเทศไทย และได้รับการยอมรับจากสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) ซึ่งเป็นองค์กรของสหประชาชาติด้านโทรคมนาคม จึงไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 คนได้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหา







