
เชื่อมรางคู่ไปปาดังฯ
บูมเขตเศรษฐกิจพิเศษอ.สะเดา สงขลาชงตั้งดิวตี้ฟรีดึงนักท่องเที่ยวแข่งมาเลย์
บูมเขตเศรษฐกิจพิเศษอ.สะเดา สงขลาชงตั้งดิวตี้ฟรีดึงนักท่องเที่ยวแข่งมาเลย์
สงขลาดันเขตเศรษฐกิจพิเศษแข่งมาเลย์ เปิดดิวตี้ฟรี ดันรถไฟทางคู่เชื่อมปาดังเบซาร์ชุมพร
สงขลาเสนอตั้งเขตสินค้าปลอดภาษีในเขตเศรษฐกิจพิเศษแข่งมาเลเซีย พร้อมดันรถไฟรางคู่เชื่อมด่านมาดังเบเซาร์ชุมพร
นายสมพร สิริโปราณานนท์ ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ภาคเอกชนได้นำเสนอการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษของจังหวัดสงขลาต่อคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) จังหวัด โดยเสนอให้แบ่งพื้นที่การจัดการอย่างชัดเจน เช่น พื้นที่ด้านพาณิชย์ โลจิสติกส์ คลังสินค้า ที่อยู่อาศัย บริหารจัดการในระดับจังหวัดแบบบูรณาการ ไม่ขึ้นกับเทศบาล
นอกจากนี้ เสนอให้จัดพื้นที่เขตปลอดภาษี (ดิวตี้ฟรี) ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งไม่ใช่เป็นแค่อาคารขายสินค้า แต่เป็นพื้นที่ที่มีการค้าเชิงพาณิชย์ ร้านอาหาร เพื่อดึงดูดให้คนไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์เข้ามาจับจ่ายใช้สอย
ปัจจุบันประเทศมาเลเซียตั้งเขตปลอดภาษีเป็นอาคารขายสินค้า เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี หากไทยสามารถจัดตั้งได้จะเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง โดยการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษของสะเดาอาจจะแตกต่างจากพื้นที่ติดกับพม่า กัมพูชา ลาว เพราะเป็นพื้นที่ที่ติดกับประเทศมาเลเซียซึ่งมีความเจริญมากกว่าเมืองไทย
ขณะเดียวกัน เสนอให้พัฒนารถไฟทางคู่จากด่านปาดังเบซาร์ขึ้นไปถึง จ.ชุมพร เพื่อเชื่อมโยงกับรถไฟทางคู่ของประเทศสิงคโปร์ที่สร้างขึ้นถึงประเทศมาเลเซียมาจ่ออยู่ที่ด่านปาดังเบซาร์ พร้อมเปิดดำเนินการในปี 2558 แล้ว
“หากไทยสามารถเชื่อมโยงระบบขนส่งได้ จะเป็นการส่งเสริมการส่งออกสินค้าของไทยให้เติบโตมากขึ้น โดยเส้นทางดังกล่าวจะเชื่อมโยงกับแผนของคสช.ที่จะสร้างรถไฟทางคู่จาก จ.ประจวบคีรีขันธ์–ชุมพร ซึ่งเส้นทางดังกล่าวถือเป็นเส้นทางที่สำคัญและจำเป็นต้องเกิด และอาจพัฒนาเฟส 2 ต่อไปจนถึงด่านปาดังเบซาร์” นายสมพร กล่าว
ขณะที่สิทธิประโยชน์ที่ควรจะมีในเขตเศรษฐกิจพิเศษเบื้องต้นเป็นการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีตามสิทธิประโยชน์ของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เขต 3 นอกจากนี้ควรเพิ่มภาษีธุรกิจเฉพาะ เช่น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การโอนทรัพย์สิน การซื้อขายที่ดิน ที่จะมีภาษีพิเศษหรืออัตราดอกเบี้ยพิเศษ โดยกิจการที่น่าจะอยู่ในพื้นที่นี้ เช่น เกษตรแปรรูป แปรรูปยางพารา เป็นต้น
“เขตเศรษฐกิจพิเศษต้องดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติเข้ามาลงทุน เพื่อกระตุ้นการลงทุน การท่องเที่ยว และเชื่อมโยงกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ดังนั้นจึงต้องใช้ยาแรงเพื่อชักจูงการลงทุน โดยกิจการที่จะน่าจะอยู่ในพื้นนี้ เช่น เกษตรแปรรูป แปรรูปยางพารา เป็นต้น” นายสมพร กล่าว
สำหรับในพื้นที่ อ.สะเดา ที่กำหนดเป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ประกอบไปด้วยด่านสะเดาซึ่งจะมีจุดเด่นเรื่องการค้าชายแดนและโลจิสติกส์ ส่วนด่านปาดังเบซาร์สามารถพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางเชิงวัฒนธรรม ส่งเสริมการท่องเที่ยวได้







