posttoday
ไม่แก่เกินเรียน

ไม่แก่เกินเรียน

19 สิงหาคม 2557

คนธรรมดาอาจไม่เข้าใจการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนอย่างลึกซึ้ง หรือเห็นถึงความสำคัญกับคนในวงการธุรกิจ แต่การที่มีคนจากประเทศเพื่อนบ้านจำนวนมากเข้ามาทำงานในเมืองไทย ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในชุมชน ก็กลายเป็นแรงกระตุ้นให้คนธรรมดาอยากเรียนภาษาของเพื่อนบ้าน เพื่อใช้สื่อสารกับคนในชุมชนเดียวกัน

คนธรรมดาอาจไม่เข้าใจการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนอย่างลึกซึ้ง หรือเห็นถึงความสำคัญกับคนในวงการธุรกิจ แต่การที่มีคนจากประเทศเพื่อนบ้านจำนวนมากเข้ามาทำงานในเมืองไทย ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในชุมชน ก็กลายเป็นแรงกระตุ้นให้คนธรรมดาอยากเรียนภาษาของเพื่อนบ้าน เพื่อใช้สื่อสารกับคนในชุมชนเดียวกัน

ปรีชา ธิตินุพัฒน์ วัย 68 ปี เจ้าของร้านมินิมาร์ทย่านธนบุรี ผู้ร่วมโครงการสอนภาษาเขมรสำหรับบุคคลทั่วไปของมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม เล่าว่า ร้านมินิมาร์ทของเขาอยู่ในย่านที่มีโรงงานอุตสาหกรรมผลิตกางเกงยีนส์เพื่อการส่งออก โรงงานเครื่องประดับ ซึ่งเป็นแหล่งที่มีแรงงานต่างด้าวมาทำงานเป็นจำนวนมาก ทั้งชาวกัมพูชา พม่า อินเดีย ร้านค้าจึงมีลูกค้าหลักเป็นคนงานต่างด้าว

เมื่อลูกค้ามีความหลากหลาย การขายสินค้าให้ลูกค้าจึงต้องมีการสื่อสารที่แตกต่างกัน บางครั้งคนงานที่อยู่เมืองไทยนาน สามารถพูดภาษาไทยได้ แต่บางครั้งต้องพูดภาษาอังกฤษกับลูกค้า ซึ่งก็พูดกันพอรู้เรื่อง ขายของได้ บอกจำนวนเงินได้

ส่วนชาวกัมพูชาซึ่งเป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่สุดนั้นกลับสื่อสารกันไม่ได้ บางครั้งลูกค้าถามหาสินค้าก็ฟังไม่ออก คิดเงินก็ต้องใช้เครื่องคิดเลขพิมพ์ให้ลูกค้าดู จึงอยากที่จะรู้ภาษาเขมรเพื่อมาใช้สื่อสารในชีวิตประจำวัน จะได้รู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร โดยสินค้าที่คนกัมพูชาซื้อบ่อยที่สุดคือ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไข่ไก่ น้ำปลา

มาถึงตอนนี้ ตนเองเรียนภาษาเขมรไปแล้ว 4 คอร์ส โดยจะเรียนทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ ปัจจุบันสื่อสารกับลูกค้าได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะต้องใช้ภาษาเขมรสื่อสารทุกวัน ทำให้เรียนรู้ได้เร็ว และนอกจากการเรียนการสอนในห้องเรียนก็มีลูกค้าชาวกัมพูชาเป็นครูนอกห้องเรียน

“เมื่อลูกค้ามาซื้อของ เราขอให้เขาพูดภาษาเขมร เพื่อเราจะได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ที่บางครั้งไม่ได้เรียนในห้องเรียน เมื่อลูกค้าเห็นเราพูดกับเขารู้เรื่องก็มาซื้อสินค้าที่ร้านเป็นประจำ หรือบางครั้งมีการบ้านก็ให้ลูกค้าช่วยแนะนำให้ในส่วนที่ไม่รู้ และในทางกลับกันลูกค้าก็พยายามเรียนภาษาไทยจากเราเหมือนกัน”

ปรีชา มองว่า การเรียนภาษาเขมรนั้นถือเป็นเรื่องใหม่และรู้สึกว่ายาก เพราะไม่คุ้นเคยมาก่อน ทำให้ต้องตั้งใจเรียน ตั้งใจฝึก ซึ่งการมีลูกค้าชาวกัมพูชามาซื้อของทำให้ได้ฝึกฝนทุกวัน เพราะหากเรียนแล้วไม่ได้ใช้งานจะลืม หรือหากเรียนแล้วไม่ได้ใช้ก็ไม่มีประโยชน์ บางครั้งเมื่อรู้คำศัพท์ใหม่จากลูกค้าก็เอาไปแบ่งปันกับเพื่อนในห้องเรียน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคำศัพท์เรื่องสินค้าของใช้ในชีวิตประจำวัน

นอกจากนี้ เขายังคิดว่าอายุมากไม่ใช่อุปสรรคต่อการเรียนภาษาเขมร แต่อยู่ที่ว่าต้องการที่จะเรียนมากน้อยแค่ไหน มีเป้าหมายในการเรียนอย่างไร ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วเรียนเพื่อนำไปสื่อสารกับลูกค้า ขายของได้ จึงมีเหตุผลในการเรียนทำให้ตั้งใจเรียน

“ภาษาเขมรมีประโยชน์ต่อการค้าอย่างมาก แม้ว่าจะไม่ได้ค้าขายอยู่ในพื้นที่ชายแดน หรือไม่ได้ออกไปทำการค้าในประเทศกัมพูชา แต่อย่าลืมว่าคนกัมพูชาเข้ามาอยู่ในเมืองไทยเป็นจำนวนมาก หากต้องการติดต่อสื่อสารกันอย่างมีประสิทธิภาพ มีความเข้าใจกัน ภาษาถือเป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันได้” ปรีชา กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน