posttoday
3 เดือน คสช. กระหน่ำรากหญ้า 1.3 แสนล้าน

3 เดือน คสช. กระหน่ำรากหญ้า 1.3 แสนล้าน

19 สิงหาคม 2557

โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ

โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ

หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. 2557 และในวันที่ 22 ส.ค.นี้ หรืออีกไม่กี่วันข้างหน้าก็จะครบ 3 เดือนการทำงานของ คสช.แล้ว

ด้วยสไตล์การทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ที่เด็ดขาด ตรงไปตรงมา ส่งผลให้การบริหารประเทศภายใต้ คสช. มีการอนุมัติงบประมาณต่างๆ ภายใต้การประชุม คสช.ที่เทียบเท่าการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และการประชุมย่อยของหัวหน้าฝ่ายต่างๆ มีการอนุมัติจัดสรรงบกว่า 2.02 แสนล้านบาท

หากพิจารณางบประมาณที่ คสช.จัดสรรพบว่า งบส่วนใหญ่ถูกจัดสรรไปในการเยียวยาเกษตรกลุ่มต่างๆ ได้แก่ การจ่ายหนี้โครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2556/2557 ที่ค้างอยู่ 9.24 หมื่นล้านบาท ให้ชาวนา 8.3 แสนราย การอนุมัติเงินตามมาตรการลดต้นทุนการปลูกข้าวปี 2557/2558 วงเงิน 4,747 ล้านบาท ตามมาด้วยการจ่ายเงินเพื่อชดเชยปัจจัยการผลิตให้กับชาวสวนยาง 1 แสนราย คิดเป็นวงเงินที่ค้างอยู่ 6,600 ล้านบาท และการจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยธรรมชาติที่ตกค้างมาตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปัจจุบันกว่า 5.84 แสนราย เป็นวงเงิน 5,498 ล้านบาท

พร้อมทั้งอนุมัติเงินเพิ่มค่าอ้อยฤดูกาลผลิต 2556/2557 ในอัตรา 160 บาท/ตัน วงเงิน 1.62 หมื่นล้านบาท มาจ่ายให้ชาวไร่อ้อยกว่า 1.4 แสนราย และเห็นชอบการอัดฉีดเงินเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 3,712 ล้านบาท

สรุปได้ว่าในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา คสช.ได้อัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากโดยตรงเป็นเงินกว่า 1.29 แสนล้านบาท ซึ่งเงินเหล่านี้จะมีส่วนในการกระตุ้นการบริโภคช่วงครึ่งปีหลังได้เป็นอย่างดี

ในขณะที่การลงทุนด้านโครงสร้างต่างๆ พบว่า คสช.มีมติเห็นชอบยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมระยะ 8 ปี หรือระหว่างปี 25582565 โดยเป็นโครงการลงทุนระยะเร่งด่วนในปี 2557-2558 เป็นเงินประมาณ 1 แสนล้านบาท โดยเฉพาะการลงทุนรถไฟทางคู่ 6 เส้นทาง และการขยายสนามบินหลักๆ

ขณะเดียวกัน คสช.ยังอนุมัติโครงการลงทุนเร่งด่วนของคมนาคมเป็นวงเงิน 7,316 ล้านบาท มีโครงการสำคัญ คือ การเร่งรัดขยายสายประธานให้เป็น 4 ช่องทางจราจรของกรมทางหลวง 5 เส้นทาง เงินลงทุน 6,598 ล้านบาท เห็นชอบงบประมาณเพื่อพัฒนาด่านการค้าชายแดนในปี 2558 เป็นเงิน 300 ล้านบาท และเห็นชอบการลงทุนระบบสายเคเบิ้ลใต้น้ำระหว่างประเทศ 3 เส้นทาง ของบริษัท ทีโอที วงเงินลงทุน 5,979 ล้านบาท พร้อมทั้งอนุมัติงบกว่า 2 หมื่นล้านบาท ลงทุนก่อสร้างระบบระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ

เท่ากับว่าในช่วงที่เหลือของปีนอกจากการลงทุนภายใต้งบประมาณ 2558 ที่จะเบิกจ่ายได้ตั้งแต่เดือน ต.ค.แล้ว จะมีเงินลงทุนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 1.13 แสนล้านบาท

คสช.ยังได้อนุมัติงบเพื่อใช้กรณีจำเป็นเร่งด่วนด้านต่างๆ เช่น การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว ใน จ.เชียงราย ช่วงต้นเดือน พ.ค. 2557 กว่า 449 ล้านบาท อนุมัติงบเพื่อปรับปรุงอาคารสถานที่ภายในทำเนียบรัฐบาล 252 ล้านบาท อนุมัติงบสนับสนุนโครงการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม 1,300 ล้านบาท และอนุมัติงบ 90 ล้านบาท เพื่อใช้ดำเนินการแก้ปัญหาโรคกุ้งตายด่วน อนุมัติงบ 835 ล้านบาทเพื่อทำถนนยางพาราในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

นอกจากนี้ คสช.ยังอนุมัติปรับรื้องบประมาณของรัฐบาลชุดที่แล้วอีกหลายโครงการ เช่น การเปลี่ยนแปลงงบดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจทดแทน 396 แห่ง เป็น 8,357 ล้านบาท จากเดิมที่กรอบวงเงินอยู่ที่ 6,672 ล้านบาท ปรับลดลงทุนด้านน้ำในปีงบ 2557 จาก 1.7 หมื่นล้านบาท เหลือ 1.3 หมื่นล้านบาท ยกเลิกการจัดสรรเงินกองทุนอนุรักษ์พลังงานกว่า 3,000 ล้านบาท

ในขณะที่การปรับปรุงงบปี 2557 ที่น่าสนใจ คือ การยกเลิกโครงการของรัฐบาลเดิมในกรอบวงเงิน 9,925 ล้านบาท คือโครงการเอสเอ็มแอล 5,700 ล้านบาท กองทุนช่วยเหลือผู้ประกอบการในหมู่บ้านและชุมชนวงเงิน 3,000 ล้านบาท และโครงการพัฒนาเมืองวงเงิน 1,225 ล้านบาท เพื่อนำเงินดังกล่าวไปใช้ในกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

สำหรับงานด้านต่างประเทศ คสช.อนุมัติให้กระทรวงการคลังลงนามเพื่อเป็นสมาชิกในกองทุนสำรองพหุภาคีภายใต้มาตรการริเริ่มเชียงใหม่ (CMIM) โดยไทยจะนำเงินทุนสำรองระหว่างประเทศเข้าสมทบกองทุนนี้ 9,104 ล้านเหรียญสหรัฐ และนำเงินทุนสำรอง 993 ล้านเหรียญสหรัฐ ร่วมตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย (AIIB)

นับว่าเป็นผลงานที่น่าตื่นใจไม่น้อยกับการบริหารประเทศของทหารมืออาชีพ เมื่อเทียบกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน